ตำรวจสอบสวนกลางรวบแก๊งตุ๋นลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลางรวบแก๊งตุ๋นลงทุนผ่านแอป มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายหลอกลวงลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และบัญชีธนาคารจำนวนมาก

การสืบสวนขยายผลจากผู้เสียหาย

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้ลงทุนผ่านแอปพลิเคชันเทรดหุ้นและ Forex โดยอ้างว่าเป็นโบรกเกอร์ชื่อดังและให้ผลตอบแทนสูง เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. เปิดเผยว่า "ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติกรรมสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการทำเพจเฟซบุ๊กและไลน์กลุ่มชักชวนลงทุน โดยอ้างว่าเป็นทีมงานของโบรกเกอร์ชั้นนำ มีการโพสต์ภาพร่ำรวยและผลตอบแทนสูงเพื่อล่อลวงเหยื่อ เมื่อมีผู้สนใจก็จะให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมที่ออกแบบเลียนแบบแพลตฟอร์มเทรดจริง เมื่อเหยื่อโอนเงินลงทุนไปแล้ว จะไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และกลุ่มคนร้ายจะปิดการติดต่อทันที"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนทราบว่าเครือข่ายนี้มีผู้ต้องหาที่เป็นแกนหลัก 5 ราย ประกอบด้วย นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าขบวนการ, นายบี (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ดูแลระบบแอปพลิเคชัน, นางซี (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ทำหน้าที่เป็นแอดมินเพจและไลน์กลุ่ม, นายดี (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า และนายอี (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ทำหน้าที่เป็นนายหน้าในการรับโอนเงินจากเหยื่อ

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า "จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติและเพื่อนสนิทกัน มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยมีนายเอเป็นหัวหน้าคอยวางแผนและสั่งการ ส่วนนายบีเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันปลอม นางซีเป็นผู้ดูแลการติดต่อสื่อสารกับเหยื่อ นายดีเป็นผู้จัดหาบัญชีม้า และนายอีเป็นผู้รับโอนเงินและถอนเงิน"

มูลค่าความเสียหายและความเชื่อมโยงกับคดีอื่น

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เงินที่ได้จากการหลอกลวงจะถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายชั้น ก่อนที่จะถูกถอนเป็นเงินสดและส่งต่อไปยังนายเอ ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการ เบื้องต้นพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 10 ล้านบาท แต่คาดว่ามูลค่าความเสียหายจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากมีผู้เสียหายบางรายยังไม่เข้ามาแจ้งความ

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "จากการตรวจสอบพบว่าเครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยมีการใช้ซิมการ์ดและบัญชีม้าที่เปิดโดยบุคคลอื่น ซึ่งอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ เราจะขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม"

ข้อควรระวังสำหรับประชาชน

ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนประชาชนว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพใช้กลอุบายหลากหลายรูปแบบในการหลอกลวง โดยเฉพาะการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรตรวจสอบข้อมูลของโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มการลงทุนจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น กลต. หรือธนาคารแห่งประเทศไทย และไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อที่อ้างว่ารวยเร็ว

นอกจากนี้ ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงสามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หรือผ่านสายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" และ "ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน" โดยมีโทษตามกฎหมายสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย