ตำรวจปากช่องส่งสำนวนคดีรันเวย์เถื่อนให้ ป.ป.ช. ไต่สวน หลังชาวบ้านร้องทุกข์สร้างสนามบินทับถนนนิคม
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คดีการสอบสวนการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (รันเวย์) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ซึ่งเป็นคดีที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ร้องทุกข์กล่าวโทษ ล่าสุดพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นทางคดีส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568
ข้อกล่าวหาและรายละเอียดคดี
คดีนี้มีข้อกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยสำนวนได้ระบุพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่รัฐ นิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ก็ได้ทำการสืบสวนในเรื่องเดียวกัน และได้สรุปสำนวนสืบสวนส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเช่นกันเมื่อเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากเป็นประเด็นเดียวกันกับทางพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ดังนั้น ดีเอสไอจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตเช่นกัน
ภูมิหลังและผลกระทบต่อชุมชน
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2568 โดยมีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกับบุคคลและนิติบุคคล จากการสร้างสนามบินทับถนนนิคม บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 12 ตำบลขนงพระ
การสร้างสนามบินนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตามมาตรา 15 จำนวนเนื้อที่ 0-2-94 ตารางวา โดยทั้งหมดต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน ณ สนามบินขนงพระ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายต่างๆ เช่น:
- พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
- พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497
- พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
- พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
- กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
การกระทำดังกล่าวเป็นการทับถนนสาธารณะนิคมสร้างตนเองลำตะคองโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดิน ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างรุนแรง



