ดีเอสไอชี้แจงคดีที่ดินเขากระโดงยังไม่จบ อยู่ภายใต้อำนาจ ปปช. และกระบวนการศาล
ดีเอสไอแจงคดีที่ดินเขากระโดงยังไม่จบ อยู่ภายใต้ ปปช.

ดีเอสไอชี้แจงคดีที่ดินเขากระโดงยังไม่จบ อยู่ภายใต้อำนาจ ปปช. และกระบวนการศาล

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกมาชี้แจงกรณีคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากที่มีข่าวแพร่กระจายผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่าดีเอสไอยุติการสืบสวน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนว่ากระบวนการดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว โดยดีเอสไอยืนยันว่าคดีนี้ยังไม่จบและอยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปช.) พร้อมกับคดีหลายสำนวนที่ยังคงอยู่ในกระบวนการศาลและการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดการร้องเรียนและกระบวนการสืบสวน

ดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 2 คน ที่กล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตสร้างทางรถไฟหลวงต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกายืนยันแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของดีเอสไอได้รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงคำพิพากษา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ในการสืบสวน พบว่ามีการฟ้องคดีในศาลทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครองรวมกันกว่า 18 คดี โดยในส่วนคดีแพ่ง มีคำพิพากษาฎีกาและคดีถึงที่สุดหลายคดี ซึ่งนำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง และศาลปกครองมีคำพิพากษาให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม กรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการดังกล่าวและมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินจำนวน 995 แปลงในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการฟ้องคดีที่ศาลปกครองอีกคดีหนึ่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การส่งเรื่องให้ ปปช. และความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น

สำหรับประเด็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในคณะกรรมการตามมาตรา 61 นั้น ได้มีการส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ปปช. เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่สำนักงาน ปปช. ได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ปปช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการตามกฎหมายเดียวกัน

นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกันเป็นอำนาจวินิจฉัยของคณะกรรมการ ปปช. ซึ่งหากคณะกรรมการ ปปช. มีมติหรือประสงค์ให้ดีเอสไอช่วยดำเนินการในเรื่องใด ดีเอสไอยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มที่

ดีเอสไอยังเน้นย้ำว่าคดีนี้มีหลายสำนวนที่อยู่ในชั้นศาล ดังนั้น จึงได้ส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีและรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน โดยสรุปแล้ว คดีที่ดินเขากระโดงไม่ได้ยุติการดำเนินการทั้งหมดตามที่สาธารณชนเข้าใจ แต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด