ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ทุจริตจัดซื้อรถหรูราคาแพง
ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ทุจริตจัดซื้อรถหรู

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญาต่ออดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีการจัดซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลราคาแพงโดยมิชอบ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2560

รายละเอียดการจัดซื้อที่ผิดกฎหมาย

จากการสอบสวนพบว่า การจัดซื้อรถยนต์ดังกล่าวเป็นไปโดยไม่โปร่งใส มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้ขายรายใดรายหนึ่ง โดยไม่มีการเปรียบเทียบราคาอย่างเป็นธรรม และมีการอนุมัติราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง สร้างความเสียหายให้กับทางราชการเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท

การกระทำความผิด

  • การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของรถยนต์ที่เกินความจำเป็นและเอื้อต่อผู้ประกอบการรายเดียว
  • การไม่ดำเนินการตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้องตามระเบียบราชการ
  • การอนุมัติราคาที่สูงเกินจริง โดยไม่มีหลักฐานการเปรียบเทียบราคาที่น่าเชื่อถือ

ผลการชี้มูลของ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และทางอาญา ต่ออดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ รวมถึงข้าราชการระดับสูงอีก 3 ราย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีก 2 ราย โดยให้ส่งรายงานและเอกสารหลักฐานไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย และส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเสียหายที่เกิดขึ้น

การจัดซื้อรถยนต์ครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดอย่างมาก โดย ป.ป.ช. ประเมินว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐมีไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

ปฏิกิริยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทางกรมธนารักษ์ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับผลการชี้มูลของ ป.ป.ช. และจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างภายในเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านอดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งอื่นในหน่วยงานรัฐ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าการจัดซื้อเป็นไปตามระเบียบ และพร้อมที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างของการทุจริตในหน่วยงานราชการที่ ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบและชี้มูลความผิดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบการทุจริตของภาครัฐ