คดีอาคาร สตง. ถล่ม: ใครต้องรับผิดชอบ? สืบพยาน 62 นัด เริ่ม 23 ก.ค. 2569
คดีอาคาร สตง. ถล่ม: สืบพยาน 62 นัด เริ่ม 23 ก.ค. 2569

คดีอาคาร สตง. ถล่ม: ความรับผิดชอบที่ยังไร้คำตอบ หลังเหตุแผ่นดินไหวคร่าชีวิตเกือบร้อยคน

อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ซึ่งเป็นอาคารสูง 32 ชั้น และใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 2,136 ล้านบาท กลายเป็นเพียงแห่งเดียวที่พังถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยคน เหตุการณ์นี้ได้เปลี่ยนพื้นที่ก่อสร้างให้กลายเป็นสุสานขนาดใหญ่ และคำถามสำคัญที่ยังรอคำตอบคือ ใครต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้?

การดำเนินคดีอาญา: ตำรวจและดีเอสไอเร่งสืบสวน

ในคดีอาญานี้ มีสองหน่วยงานหลักคือ ตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักในการก่อสร้าง ถูกตั้งเป็นผู้ต้องหาและเคยถูกคุมขังราว 6 เดือน ก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ได้ทำสำนวนคดีมากกว่า 90,000 หน้า และส่งฟ้องเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 จากนั้นอัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลอาญาในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับการออกแบบ ควบคุม และก่อสร้างอาคารโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย รวมถึงความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมตามกฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการสืบพยาน: ฝ่ายโจทก์เตรียมพยาน 62 นัด

ศาลอาญาได้นัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 โดยฝ่ายโจทก์มีนัดสืบพยานทั้งหมด 62 นัด ส่วนฝ่ายจำเลยเตรียมพยานขึ้นเบิกความมากกว่า 180 ปาก นายฐิติพงษ์ โพธิพรหม หัวหน้าทีมผู้รับเหมาวางระบบไฟฟ้าอาคาร สตง. ในฐานะผู้เสียหายที่ไม่ได้เงินค่าจ้างงานและเป็นพยานในคดี ได้กลับมาในพื้นที่ก่อสร้างอีกครั้ง เขาระบุว่าเหตุอาคาร สตง. ถล่มทำให้ชีวิตเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

กลุ่มผู้ต้องหาแบ่งตามพฤติการณ์ 3 กลุ่ม

ตำรวจได้แบ่งกลุ่มผู้ต้องหาตามพฤติการณ์ในคดีออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้:

  • กลุ่มแรก: ผู้ออกแบบ 7 คน ซึ่งผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด
  • กลุ่มที่ 2: ผู้ควบคุมงาน 5 คน ดำเนินการโดยบริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด, บริษัทเคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนตส์ จำกัด
  • กลุ่มที่ 3: ผู้รับจ้างก่อสร้าง 6 คน เช่น นายเปรมชัย กรรณสูต, นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา, นายชวนหลิง จาง ที่รับงานภายใต้กิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทอิตาเลียนไทย และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ประเทศไทย

ปมฮั้วประมูลและคดีนอมินี: ดีเอสไอเร่งตรวจสอบ

อาคาร สตง. ที่ใช้งบประมาณ 2,136 ล้านบาทและถล่มลงมานี้ มีดีเอสไอเข้ามาดำเนินการตรวจสอบในปมการฮั้วประมูลและคดีนอมินี การสืบสวนสอบสวนพบว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ประเทศไทย ไม่มีประสบการณ์งานก่อสร้าง แต่กลับได้รับงานผ่านการประมูลที่มูลค่าสูง

นายวิโรจน์ ทูคำมี รองผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ระบุว่าคดีนอมินีอยู่ในชั้นศาลและจะเริ่มสืบพยานในเดือนกันยายนนี้ ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ รวมถึงคดีฮั้วประมูล ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 70 คน ในจำนวนนี้มีผู้บริหารระดับสูงของ สตง. 4 คน และคดีอยู่ในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

การสวมชื่อวิศวกรและความกังวลของผู้เสียหาย

ระหว่างการสืบสวน ดีเอสไอยังพบปมการสวมชื่อวิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง ซึ่งผู้ที่อ้างว่าถูกสวมชื่อบอกว่าผ่านไปเกือบปีแล้ว แต่เรื่องราวต่าง ๆ ยังเหมือนเดิม โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงที่ยังเห็นแก่ผลประโยชน์ ส่วนการสู้คดีนั้น เขาไม่รู้สึกกังวล

นอกจากผู้เสียหายโดยตรงแล้ว ยังมีภาคประชาชนที่นำโดยนายดำรง พุฒตาล และนางสาวนารากร ติยายน ที่แจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการ สตง. และนายประจักษ์ บุญยัง อดีตผู้ว่าการ สตง. ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งสำนวนคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

โศกนาฏกรรมอาคาร สตง. ถล่มนี้ไม่เพียงแต่คร่าชีวิตผู้คน แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาการทุจริตและความรับผิดชอบที่ยังคลุมเครือในสังคมไทย การสืบพยานที่กำลังจะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 อาจเป็นก้าวสำคัญในการหาความจริงและความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสีย