ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด-ฉ้อโกงประชาชน มูลค่ากว่า 1,035 ล้านบาท 62 รายคดี
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ รวมทั้งหมด 2,027 รายการ 62 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินสูงถึงกว่า 1,035 ล้านบาท
ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 34 รายคดี มูลค่า 303 ล้านบาท
คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 34 รายคดี ครอบคลุมทรัพย์สิน 808 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 303 ล้านบาท โดยมีรายคดีสำคัญดังนี้
- กรณี สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กับพวก: เกี่ยวข้องกับการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คณะกรรมการมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 12 รายการ เช่น หุ้นในบริษัทจำกัดและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย.81/2569) จากเดิมที่ยึดไว้แล้ว 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568) ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง
- กรณี นายเอื้ออังกูร กับพวก: เป็นกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ ตรวจพบการโอนเงินผ่านบัญชีม้าและแปลงเป็นเหรียญสกุลเงินดิจิทัล USDT ก่อนนำออกนอกประเทศ คณะกรรมการมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 211 รายการ เช่น รถยนต์ สินทรัพย์ดิจิทัล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท (คำสั่ง ย.78/2569) จากเดิมที่ยึดไว้แล้ว 46 ล้านบาท
- กรณีอื่นๆ: รวมถึงคดีการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของนายกวินท์ นายกฤษฎา นายกฤตภพ และนายทวีศักดิ์ กับพวก ซึ่งมีการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม เช่น ที่ดิน ห้องชุด หุ้น และเงินฝาก รวมมูลค่ารวมหลายสิบล้านบาท
ส่งเรื่องให้อัยการยื่นขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 17 รายคดี มูลค่า 310 ล้านบาท
คณะกรรมการธุรกรรมได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายคดี ครอบคลุมทรัพย์สินกว่า 953 รายการ มูลค่าประมาณ 310 ล้านบาท หลังพิจารณาคำขอเพิกถอนแล้วเห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอ โดยมีรายคดีสำคัญดังนี้
- กรณี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต กับพวก: อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เกี่ยวข้องกับการเบียดบังทรัพย์และฟอกเงิน คณะกรรมการมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน 20 รายการ เช่น เงินสด ยานพาหนะ และที่ดิน มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
- กรณี นายฉัตรชัย กับพวก: เกี่ยวข้องกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน 378 รายการ เช่น วัตถุมงคลและสินค้าแบรนด์เนม มูลค่าประมาณ 78 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
- กรณี นางสุพิชฌาย์ กับพวก: เชื่อมโยงกับพฤติการณ์ของนายธนวันต์ หรือหมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงและฟอกเงิน ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน 362 รายการ มูลค่าประมาณ 131 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ส่งเรื่องให้อัยการยื่นขอคืนทรัพย์สิน 11 รายคดี มูลค่า 422 ล้านบาท
ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย จำนวน 11 รายคดี ครอบคลุมทรัพย์สิน 266 รายการ มูลค่าประมาณ 422 ล้านบาท โดยมีรายคดีสำคัญดังนี้
- กรณี นายเฉลิมชัย กับพวก: หลอกลวงลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สิน 102 รายการ มูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท ให้ผู้เสียหาย 3 ราย
- กรณี น.ส.พิมภาดา กับพวก: แก๊งคอลเซนเตอร์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์หลอกลวงผู้เสียหาย ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สิน 32 รายการ มูลค่าประมาณ 77 ล้านบาท ให้ผู้เสียหาย 3 ราย
- กรณี บริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ กับพวก: ชักชวนซื้อห้องชุดโครงการต่างๆ และจ่ายผลตอบแทนหมุนเวียน ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สิน 9 รายการ มูลค่าประมาณ 213 ล้านบาท ให้ผู้เสียหาย 429 ราย
นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ยังเปิดเผยว่าในคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนที่มีผู้เสียหาย กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อคุ้มครองสิทธิ โดยให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานภายใน 90 วันนับจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อพิจารณาคืนทรัพย์สินตามสัดส่วนความเสียหาย
สำหรับกรณีข่าวประเทศสิงคโปร์อายัดทรัพย์กองทุน CIA นั้น สำนักงาน ปปง. ชี้แจงว่าการดำเนินการต้องมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด โดยได้ประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานภายในประเทศและประเทศสิงคโปร์ และจะดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเมื่อได้รับพยานหลักฐานครบถ้วน



