เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดพะเยา หลังพบผงสีขาวต้องสงสัยบรรจุในถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง โดยนายสมชายพยายามฝากกระเป๋าดังกล่าวให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทยนำติดตัวขึ้นเครื่องไปยังประเทศญี่ปุ่น
การจับกุมและของกลาง
เจ้าหน้าที่ตรวจพบผงสีขาวน้ำหนักรวมประมาณ 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องหา โดยนายสมชายอ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากนายเทยา (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ให้ทำการขนยาเสพติดดังกล่าวไปส่งยังประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เส้นทางผ่านพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
นายสมชายให้การรับสารภาพว่าเคยทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 50,000 บาท และยอมรับว่าเทยานรกเป็นผู้จ้างวานให้ดำเนินการ โดยก่อนหน้านี้เทยานรกเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดและได้รับการประกันตัว แต่ยังคงสั่งการเครือข่ายจากภายนอก
ขยายผลจากคดีไรเดอร์ชาวม้ง
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากคดีก่อนหน้านี้ที่ตำรวจสามารถจับกุมไรเดอร์ชาวม้งซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการขนยาเสพติด โดยไรเดอร์รายนี้ให้การซัดทอดถึงนายสมชายว่าเป็นผู้ประสานงานกับเทยานรกโดยตรง
พลตำรวจตรีสมชาย (สงวนนามสกุล) รองผู้บัญชาการตำรวจท่าอากาศยานกล่าวว่า “การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเราสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดที่ใช้ช่องโหว่ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นพาหนะในการขนยาเสพติด โดยผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมอำพรางด้วยการฝากกระเป๋าให้พนักงานต้อนรับโดยอ้างว่าเป็นสัมภาระส่วนตัว”
การสอบสวนและดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามนำยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักร โดยนายสมชายให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม แต่ต่อมารับสารภาพระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม
ตำรวจเตรียมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายเทยาซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ยังหลบหนีการจับกุม และตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ รวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ผลกระทบต่อความปลอดภัยสนามบิน
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะการใช้ช่องโหว่จากความไว้วางใจที่มีต่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขนยาเสพติด
ทางด้านสายการบินไทยออกแถลงการณ์ยืนยันจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ในการสอบสวน และจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบสัมภาระของพนักงานอย่างเข้มงวดมากขึ้น



