รวบหนุ่มนครสวรรค์หลอกขายปืนเถื่อนผ่านเฟซบุ๊ก ส่งของปลอมให้ผู้เสียหาย
รวบหนุ่มนครสวรรค์หลอกขายปืนเถื่อนผ่านเฟซบุ๊ก

ตำรวจไซเบอร์สามารถจับกุมนายเอก (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ หลังจากที่เขาได้หลอกลวงขายอาวุธปืนเถื่อนผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารของเขาสูงถึง 5 ล้านบาท ผู้ต้องหาใช้วิธีการโพสต์ขายปืนในกลุ่มลับต่างๆ เมื่อมีผู้สนใจติดต่อ ก็จะให้โอนเงินค่ามัดจำ แล้วส่งปืนปลอมหรือของอื่นที่ไม่ใช่ปืนจริงให้ผู้เสียหาย

พฤติกรรมการหลอกลวง

จากการสอบสวนพบว่า นายเอกเริ่มก่อเหตุตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 โดยใช้เฟซบุ๊กหลายบัญชีในการโพสต์ขายอาวุธปืน ทั้งปืนสั้นและปืนยาว พร้อมกับโพสต์รูปภาพอาวุธจริงที่นำมาจากอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อโอนเงินมัดจำหรือค่าสินค้าทั้งจำนวน ก็จะส่งพัสดุที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกับปืนจริง แต่ภายในเป็นเพียงเศษเหล็กหรือปืนปลอม

ความเสียหายและผู้เสียหาย

จากการสืบสวนพบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกกว่า 20 ราย กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท โดยแต่ละรายสูญเสียเงินตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับจากศาลจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนจะติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ผู้ต้องหาสารภาพว่าเริ่มก่อเหตุเพราะต้องการเงินไปใช้จ่ายส่วนตัวและเล่นการพนันออนไลน์
  • ตรวจสอบประวัติพบเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงมาก่อนเมื่อปี 2565
  • ตำรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ซิมการ์ด 10 ใบ และสมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม

แนวทางการป้องกัน

พ.ต.อ.หญิง ดร. อรัญญา ผู้ช่วยโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และมักมีการหลอกลวงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการซื้อขายปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพราะนอกจากจะเสี่ยงถูกโกงแล้ว ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาวุธปืนอีกด้วย

นอกจากนี้ ตำรวจยังแนะนำให้ผู้ที่ต้องการครอบครองปืน ควรดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การขออนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ หรือซื้อจากร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากพบเห็นการลักลอบขายปืนออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441

สำหรับคดีนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อหาหลายกระทงรวมถึง "ฉ้อโกงประชาชน" และ "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ" โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป