ลัทธิใหม่นักรบแห่งแสงกู้โลก เส้นแบ่งฉ้อโกง-ความเชื่อ
ลัทธิใหม่นักรบแห่งแสงกู้โลก เส้นแบ่งฉ้อโกง-ความเชื่อ

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อมีลัทธิใหม่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยชักชวนประชาชนให้ร่วมเป็น นักรบแห่งแสง หรือนักรบผู้กอบกู้โลก อ้างว่าผู้ที่ผ่านการฝึกฝนจะสามารถเปิด ดวงตาที่ 16 ตรงกลางหน้าผาก และนำพามนุษยชาติเข้าสู่ยุคศรีวิไล

เนื้อหาในคลิปชักชวน

จากหลายคลิปที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย มีลักษณะเป็นการชักชวนประชาชนเข้าร่วมกลุ่มความเชื่อดังกล่าว โดยระบุว่าผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้บริหารโลก มีการจัดทำผังทำเนียบผู้บริหาร และมีคำประกาศของทางลัทธิ นอกจากนี้ยังมีการอ้างถึงการเปิดดวงตาที่ 16 ซึ่งอยู่บริเวณระหว่างคิ้ว หากฝึกปฏิบัติตามแนวทางของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเนื้อหาบางส่วนที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอ้างว่าสามารถสร้างประตูมิติ หรือพาผู้เข้าร่วมเดินทางไปยังอีกภพภูมิหนึ่ง ซึ่งสร้างความกังวลในสังคมถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์

มุมมองทางกฎหมาย

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยังทนายความรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ในทางกฎหมาย การร้องเรียนกรณีลัทธิใหม่นี้สามารถทำได้ หากมีลักษณะการเรียกเก็บเงิน โดยที่ไม่ได้รับสิ่งของหรือบริการตามที่ตกลง หรือเป็นการกล่าวอ้างว่าจะทำในสิ่งที่ไม่มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ถ้าเป็นการจ่ายเงินแล้วได้รับชุดจริง หรือได้ไปร่วมกิจกรรมจริงตามที่ตกลงไว้ ก็ยังไม่ถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เส้นแบ่งที่เข้าข่ายฉ้อโกง

เส้นแบ่งที่เข้าข่ายเกณฑ์ความผิดฐานฉ้อโกง คือ หากมีการหลอกลวงว่าเงินที่จ่ายไปจะทำให้ร่ำรวยขึ้น หรืออ้างว่าจะจัดกิจกรรมแล้วไม่ทำจริง หรือเป็นกิจกรรมที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งความผิดนี้ไม่ได้จำกัดจำนวนเงิน แม้เพียง 1-2 บาทก็ถือว่าผิด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การผสมผสานคำสอนทางศาสนา

ทนายมองว่า การอ้างศาสนา โดยมีการนำคำสอนหรือความเชื่อทางพุทธศาสนามาปะปน เช่น คำว่า พุทโธ หรือการอ้างเรื่องการเห็นธรรม โดยปกติ ความผิดต่อศาสนา มักเกี่ยวข้องกับวัตถุหรือสถานที่ทางศาสนา ส่วนในแง่ของ คำสอน มักไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาโดยตรง แต่ในทางความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หากมีการนำคำสอนที่บิดเบือน หรือข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือโซเชียลมีเดีย อาจเข้าข่ายความผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้

ทั้งนี้ สังคมควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล และไม่หลงเชื่อคำชักชวนที่ดูเกินจริง โดยเฉพาะเมื่อมีการเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทน