เกิดเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ในวงการแชร์ลูกโซ่ เมื่อพบว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 5,000 คน ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่ชักชวนลงทุนในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ มูลค่าความเสียหายรวมกันนับพันล้านบาท ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นประชาชนทั่วไปที่หวังผลกำไรสูง แต่กลับต้องสูญเสียเงินออมทั้งชีวิต
รายละเอียดของคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้สร้างเว็บไซต์และแอปพลิเคชันปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนลงทุน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 10-20 ต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยปกติหลายเท่า ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อและโอนเงินลงทุนเป็นจำนวนมาก บางรายถึงกับกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อลงทุน
วิธีการหลอกลวง
มิจฉาชีพใช้วิธีการชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยสร้างโปรไฟล์ปลอมและใช้ภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือ มีการอ้างถึงบุคคลมีชื่อเสียงหรือหน่วยงานรัฐบาลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพบปะผู้ลงทุนเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ
- สร้างเว็บไซต์และแอปพลิเคชันปลอมที่มีระบบสมาชิก
- อ้างอิงบุคคลมีชื่อเสียงหรือหน่วยงานรัฐบาล
- จัดกิจกรรมพบปะผู้ลงทุนเพื่อสร้างความไว้วางใจ
- เสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติเพื่อล่อใจ
ผลกระทบต่อผู้เสียหาย
ผู้เสียหายจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก เนื่องจากสูญเสียเงินออมทั้งชีวิต บางรายถึงขั้นเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว และมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและคนรอบข้างอีกด้วย
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้รับเรื่องร้องเรียนและเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี โดยมีการประสานงานกับธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออายัดบัญชีและทรัพย์สินของกลุ่มมิจฉาชีพ
- รวบรวมหลักฐานจากผู้เสียหาย
- ประสานงานกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชี
- ติดตามตัวผู้กระทำความผิด
- ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คำแนะนำสำหรับประชาชน
เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือของบริษัทหรือบุคคลที่ชักชวนลงทุน หากพบสิ่งผิดปกติควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
นอกจากนี้ ประชาชนควรศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างรอบคอบ และไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาที่เกินจริง การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ควรลงทุนด้วยความระมัดระวัง



