ศาลอาญามีนบุรีมีคำพิพากษาจำคุกนายตี๋ หรือเสี่ยตี๋ อายุ 45 ปี เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีฉ้อโกงประชาชน หลังจากหลอกลวงผู้เสียหายให้ลงทุนซื้อขายที่ดินแล้วยักยอกเงินไปจำนวน 3 ล้านบาท
รายละเอียดคดี
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2565 นายตี๋ได้ชักชวนผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทให้ร่วมลงทุนซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่ามีโครงการที่ดินทำเลทองในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะได้กำไรสูงถึงร้อยละ 30 ภายใน 6 เดือน ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ครั้งแรก 1.5 ล้านบาท ต่อมาโอนเพิ่มอีก 1.5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 3 ล้านบาท
พฤติกรรมการหลอกลวง
หลังจากได้รับเงิน นายตี๋กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมดำเนินการซื้อขายที่ดินตามที่ตกลง และไม่ยอมคืนเงินให้ ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับนายตี๋ และสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี
คำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำของนายตี๋เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และ 343 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พฤติกรรมของจำเลยเป็นการหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนสนิท สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
ปฏิกิริยาจากผู้เสียหาย
นางสาวเอ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้สึกโล่งใจที่ศาลมีคำพิพากษา ตนเองเสียเงินจำนวนมากและต้องใช้หนี้สินเป็นเวลานาน หวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะลงทุนกับคนรู้จักต้องตรวจสอบให้ดี
บทสรุป
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนกับบุคคลที่รู้จักกันซึ่งอาจเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจนถูกหลอกลวงได้ง่าย ผู้เสียหายควรเก็บหลักฐานการโอนเงินและหลักฐานการติดต่อเพื่อใช้ในการดำเนินคดี



