ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และทหาร 12 นาย ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 4,951,000 บาท แก่นางเรณู หมดราคี มารดาของพลทหารยุทธกินันท์ บุญเนียม ซึ่งถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในค่ายทหารเมื่อปี 2560 โดยศาลนัดอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา
ข้อเท็จจริงคดี
นางเรณู หมดราคี ยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมเป็นจำเลยที่ 1 กองทัพบกเป็นจำเลยที่ 2 และทหารอีก 11 นายเป็นจำเลยที่ 3-13 ในข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย 4,131,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 พลทหารภูวเดช ธนายุทธภูมิ จำเลยที่ 3 ร่วมกับพวกทหารรวม 11 นาย ได้ร่วมกันละเมิดต่อชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพของพลทหารยุทธกินันท์ โดยทำร้ายจนถึงแก่ความตาย ผู้ตายเป็นทหารกองประจำการรุ่นปี 2558 ผลัดที่ 1 กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 45 ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ประจำทหารสารวัตร แต่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม ดื้อดึง ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา จึงถูกส่งตัวกลับหน่วยต้นสังกัดและลงทัณฑ์ในข้อหากระทำผิดวินัยทหาร ถูกจำขัง 15 วัน
เมื่อถูกนำไปส่งที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 15 ส.อ.สุรเชษฐ์ พรหมาศ จำเลยที่ 12 เป็นผู้คุมเรือนจำ ตรวจร่างกายพบว่าผู้ตายสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว แต่พบสารเสพติดในปัสสาวะ จึงนำตัวไปใส่เครื่องพันธนาการ (ตีตรวน) และรายงานให้ ร.ท.ฐิติกานต์ เวชสิทธิ์ จำเลยที่ 13 ทราบ โดยสั่งให้ผู้ตายออกกำลังท่าลุกหมอบ 300 ครั้ง วันละ 3 เวลา ซึ่งเป็นการทำโทษผู้ต้องขังใหม่
เหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย
ในคืนวันที่ 27 มีนาคม 2560 เวลา 21.00 น. จำเลยที่ 4-11 นั่งดื่มสุราอยู่บริเวณม้านั่งหินอ่อนหน้าเรือนจำกับจำเลยที่ 12-13 จนถึงเวลา 01.20 น. ของวันที่ 28 มีนาคม 2560 ขณะผู้ตายนอนหลับอยู่หน้าห้องน้ำในห้องขัง จำเลยที่ 4, 5, 7 และ 11 เดินเข้ามาปลุกให้ผู้ตายลุกขึ้น พร้อมกับปลุกผู้ต้องขังอีก 3 คน ได้แก่จำเลยที่ 8, 9 และ 10 ให้เข้ามาหาผู้ตาย โดยจำเลยที่ 5 สั่งให้จำเลยที่ 8, 9, 10 รุมทำร้ายผู้ตายนาน 5 นาที
จากนั้นสั่งให้ทั้งสามคนจับผู้ตายกดหัวให้ติดกับลูกกรงในห้องขังในลักษณะยืนกางแขน ใช้ผ้ามัดแขนติดกับลูกกรง และสั่งให้รุมทำร้ายอีก 4 นาที ต่อมาจำเลยที่ 4, 5, 10 และ 11 เข้ามารุมชกและใช้เท้าถีบผู้ตาย มีการสั่งให้รุมทำร้ายอีกหลายครั้ง ทำให้ผู้ตายบาดเจ็บทุรนทุราย มีการใช้ถุงพลาสติกเจาะรูคลุมศีรษะผู้ตายนาน 1 นาที
จนกระทั่งเวลา 02.01 น. จำเลยทั้งหมดออกจากห้องขัง ปล่อยให้ผู้ตายนอนเปลือยกายอยู่บนพื้น 20 นาทีต่อมา จำเลยทั้งหมดเดินวนกลับมาทำร้ายผู้ตายอีกครั้ง เวลา 03.40 น. จำเลยที่ 8, 9 และ 10 ใช้ผ้าขาวม้าผูกข้อเท้ากับลูกกรงในลักษณะห้อยศีรษะลงมา และนำผ้าขนหนูชุบน้ำมาปิดหน้าผู้ตาย
การเสียชีวิตและผลทางคดีอาญา
เวลา 06.00 น. ของวันที่ 28 มีนาคม ผู้ต้องขังทั้งหมดถูกเรียกจากอาคารนอนมารวมแถวเพื่อเช็คยอด พลทหารช่วยกันปลดผู้ตายออกจากลูกกรง ตัดกางเกงที่พันตัว และพยุงออกมาจากเรือนนอน สิบเวรสั่งให้ผู้ตายยืนตากแดดหน้าโรงอาหาร ผู้ตายมีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย แผลแตกบริเวณคิ้ว จนยืนไม่ไหวจึงนอนฟุบที่พื้น เมื่อจำเลยที่ 13 เดินมาเห็น กลับสั่งให้ผู้ช่วยสิบเวรนำผู้ตายไปอาบน้ำและนำมาที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะนำไม้ไผ่ตีผู้ตาย 2 ครั้ง โดยไม่ส่งไปพบแพทย์
ระหว่างวันที่ 29-30 มีนาคม ผู้ตายยังถูกสั่งให้ไปนอนตากแดดทั้งที่ร่างกายรับไม่ไหว วันที่ 31 มีนาคม ผู้ตายมีอาการศีรษะบวมและมีไข้สูง จำเลยที่ 13 จึงส่งไปโรงพยาบาลวิภาวดี ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์นิติเวชระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตจากอาการไตวาย ภาวะเลือดเป็นกรด และไตทำงานหนัก จากการถูกทำร้าย
คดีอาญา อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 45 ฟ้องจำเลยที่ 3-13 โดยศาลทหารลงโทษจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 8 ในความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นโดยทรมานเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 6, 7, 9 และ 11 คนละ 8 ปี จำเลยที่ 10 จำคุก 5 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 12 จำคุก 6 ปี จำเลยที่ 13 จำคุก 3 ปี
คำพิพากษาศาลแพ่ง
ก่อนอ่านคำพิพากษา จำเลยที่ 13 ตกลงชดใช้เงินแก่โจทก์ 1,000,000 บาท ส่วนจำเลยอื่นให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 (กระทรวงกลาโหม) จำเลยที่ 2 (กองทัพบก) ร่วมกับจำเลยที่ 3-12 ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน 2,680,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงิน 1,071,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ รวมเป็นเงิน 4,951,000 บาท
นอกจากนี้ ให้จำเลยที่ 2-12 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ ค่าทนายความ 100,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 100,000 บาท
นางเรณู หมดราคี มารดาผู้เสียชีวิต ได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายกับสภาทนายความ ซึ่งมอบหมายให้นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ในฐานะคณะอนุกรรมการคดีสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ดำเนินการฟ้องคดีจนประสบความสำเร็จ



