คณะกรรมาธิการการแข่งขันทางการค้าและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) ได้ยื่นฟ้องบริษัท Amazon โดยกล่าวหาว่ายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครบริการ Prime Video จำนวนมากกว่าหนึ่งล้านราย ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566 ถึงเดือนสิงหาคม 2568 โดยบังคับให้ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อหลีกเลี่ยงโฆษณาที่แต่เดิมไม่มีในบริการ
Amazon ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
ACCC ระบุว่า Amazon ได้ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคจากการใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 5 ข้อในสัญญากับลูกค้าที่สมัครบริการรายปี ข้อสัญญาดังกล่าวอนุญาตให้ Amazon สามารถเปลี่ยนแปลงบริการของตนฝ่ายเดียวในลักษณะที่ส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อผู้บริโภค โดยที่ผู้สมัครบริการไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนหรือการชดเชยที่สมน้ำสมเนื้อ
การเปลี่ยนแปลงบริการ Prime Video
Prime Video ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิ่งที่ไม่มีโฆษณามานานกว่าทศวรรษ ได้รวมอยู่ในแพ็กเกจสมาชิก Amazon Prime ซึ่งเปิดตัวในออสเตรเลียเมื่อปี 2561 แต่ในปี 2567 Amazon เริ่มเปิดระบบโฆษณาในบริการนี้ทั่วโลก และแจ้งแก่ผู้สมัครบริการในออสเตรเลียว่า หากต้องการใช้บริการแบบไม่มีโฆษณาต่อไป จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในแต่ละเดือน ส่งผลให้ราคาต่อเดือนพุ่งสูงขึ้นเป็น 12.99 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
ACCC ระบุว่า ณ จุดนั้นมีประชาชนในออสเตรเลียมากกว่า 850,000 คนที่ได้จ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับค่าบริการ Prime แบบรายปีไปแล้ว "ผู้สมัครบริการเหล่านั้นกลับได้รับบริการ Prime Video ที่ถูกลดคุณภาพลงและมีโฆษณาคั่นตลอดช่วงเวลาที่เหลือของอายุสัญญาที่จ่ายเงินล่วงหน้าไป เว้นแต่พวกเขาจะยอมจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตัวเลือกแบบไม่มีโฆษณา" ACCC กล่าว
คำกล่าวของประธาน ACCC
จีนา แคสส์-ก็อตต์ลีบ ประธาน ACCC กล่าวว่า "ผู้บริโภคที่ต้องการหลีกเลี่ยงโฆษณาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อคงบริการในรูปแบบเดิมที่พวกเขาได้ลงทะเบียนสมัครไว้ตั้งแต่แรก"
การตรวจสอบจากหน่วยงานอื่น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พฤติกรรมการปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการของ Amazon ถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานภาครัฐ คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับ Amazon จากข้อกล่าวหาว่าบริษัทแอบสมัครบริการ Prime ให้ผู้บริโภคโดยที่พวกเขาไม่ได้ยินยอม และจงใจทำให้ขั้นตอนการยกเลิกสมาชิกมีความยุ่งยากซับซ้อน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Amazon เพิ่งตกลงที่จะจ่ายค่าปรับให้แก่ FTC เพื่อยุติข้อกล่าวหาว่าบริษัทได้สร้างกระบวนการที่ "ซับซ้อนและทารุณทางจิตใจราวกับหลุดมาจากนิยายของคาฟคา" สำหรับผู้ที่เป็นเหยื่อของการฉ้อโกงช้อปปิ้งออนไลน์ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอังกฤษก็เข้ามาตรวจสอบวิธีการจัดอันดับสินค้าเพื่อลงโฆษณาขายของ Amazon รวมถึงปัญหาการแพร่ระบาดของรีวิวสินค้าปลอมบนแพลตฟอร์มเช่นกัน



