ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี อดีตพระมหาเถร ในคดีข่มขืนเด็กหญิงอายุ 15 ปี โดยไม่รอลงอาญา สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมและวงการสงฆ์
รายละเอียดคดี
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 โดยอดีตพระมหาเถร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่เป็นลูกศิษย์วัด หลังจากที่เด็กหญิงเข้าไปขอความช่วยเหลือเรื่องการเรียน จำเลยได้ใช้โอกาสที่ไม่มีผู้ใดเห็น ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงภายในกุฏิ
เด็กหญิงเล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟัง แม่จึงพาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งฟ้องศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือ 4 ปี แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยร้ายแรง จึงเพิ่มโทษเป็นจำคุก 8 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ แต่ลดโทษให้เหลือ 6 ปี เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา โดยไม่รอลงอาญา และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
นางสาวสมหญิง (นามสมมติ) แม่ของเด็กหญิงกล่าวว่า "รู้สึกโล่งใจที่ศาลให้ความเป็นธรรม ลูกสาวของดิฉันได้รับความยุติธรรมแล้ว"
ผลกระทบต่อสังคม
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในวงการสงฆ์ ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจของพุทธศาสนิกชน การที่ศาลพิพากษาลงโทษอย่างเด็ดขาดถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการคุ้มครองเด็กและสตรี
พลตำรวจเอก สมชาย (นามสมมติ) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย กล่าวว่า "คำพิพากษานี้แสดงให้เห็นว่าศาลให้ความสำคัญกับการกระทำผิดในลักษณะนี้ แม้ผู้กระทำจะเป็นพระสงฆ์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น"
ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ดำเนินการถอดถอนสมณศักดิ์ของจำเลยตั้งแต่เมื่อเกิดคดี และได้ออกมาตรการป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต
คดีนี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมที่เข้มงวดต่อการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยเฉพาะเมื่อผู้กระทำเป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพนับถือ



