ตำรวจนครบาลโตเกียวกำลังสอบสวนผู้อำนวยการคลินิกแห่งหนึ่งในนครโอซากา หลังถูกกล่าวหาว่าออกหนังสือส่งตัวผู้ป่วยไปรับการปลูกถ่ายไตในประเทศกัมพูชา โดยได้รับค่าตอบแทนจากเครือข่ายนายหน้าจัดหาอวัยวะ ซึ่งมีสมาชิก 3 คนถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการปลูกถ่ายอวัยวะของญี่ปุ่นแล้ว
รายละเอียดคดีและมูลค่าการจ่ายเงิน
ผลการสอบสวนระบุว่า ชายวัยกว่า 70 ปีรายหนึ่ง จ่ายเงิน 12.36 ล้านเยน หรือราว 2.7 ล้านบาท เพื่อเข้ารับการปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตในกัมพูชา โดยก่อนเดินทาง ผู้ป่วยถูกส่งมาตรวจเลือดที่คลินิกในโอซากา ก่อนที่แพทย์จะจัดทำหนังสือส่งตัวเป็นภาษาอังกฤษถึงศัลยแพทย์ในกัมพูชาผ่านเครือข่ายนายหน้า และได้รับค่าตอบแทนจากการดำเนินการดังกล่าว
จำนวนผู้ป่วยและผลกระทบ
ตำรวจยังพบว่า มีผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นอย่างน้อย 5 ราย เดินทางไปรับการปลูกถ่ายไตในกัมพูชาผ่านเครือข่ายนี้ ระหว่างเดือนมีนาคม 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 โดยหลังกลับญี่ปุ่น ผู้ป่วยบางรายประสบปัญหาไม่สามารถเข้ารับการติดตามอาการที่โรงพยาบาลได้ และบางคนมีอาการสุขภาพทรุดลงชั่วคราว
ความคืบหน้าทางคดี
ขณะนี้ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีของผู้ต้องหาและองค์กรที่เกี่ยวข้องให้อัยการดำเนินคดีต่อ ส่วนผู้อำนวยการคลินิกยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และอาจถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการปลูกถ่ายอวัยวะของญี่ปุ่น
ปฏิเสธข้อกล่าวหาแพทย์จีน
ทางด้านนายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าแพทย์ชาวจีนเป็นผู้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลพระเกตุมาลา ในกัมพูชา ในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม นายหวังระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชาได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับโรงพยาบาลพระเกตุมาลาแล้ว โดยยืนยันว่า "สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชาได้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลพระเกตุมาลา และได้รับการยืนยันว่า ไม่เคยมีแพทย์ชาวจีนคนใดเข้ามามีส่วนร่วมในการผ่าตัดปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลแห่งนี้"



