บุกค้นบ้านพักกลางคืนจับผู้ต้องหาคดีฆ่าผัวซ่อนศพในตู้คอนเทนเนอร์
บุกค้นบ้านพักกลางคืนจับผู้ต้องหาคดีฆ่าผัวซ่อนศพในตู้คอนเทนเนอร์

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งในซอยรามอินทรา 14 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เพื่อจับกุมนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ่อนเร้นอำพรางศพ

การสืบสวนนำไปสู่การจับกุม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายไม่ทราบชื่อถูกอำพรางภายในตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายคือ นายดำรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สามีของผู้ต้องหา โดยมีบาดแผลถูกของมีคม多处ที่ลำตัว เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา

การปฏิบัติการบุกค้น

เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางถึงบ้านพัก พบผู้ต้องหากำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอนชั้นล่าง เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและควบคุมตัวไว้ได้โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง จากการตรวจค้นภายในบ้านพักพบหลักฐานสำคัญหลายรายการ อาทิ เสื้อผ้าที่มีคราบเลือด มีดที่คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ซึ่งจะถูกส่งไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ผู้ต้องหามีท่าทีตกใจแต่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี
  • เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่รับว่าเป็นสามีภรรยากับผู้ตายและมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง
  • เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติมที่กองบังคับการปราบปราม

แรงจูงใจในการก่อเหตุ

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหาและผู้ตายมีปัญหาครอบครัวมานาน โดยเฉพาะเรื่องการเงินและความหึงหวง ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การลงมือฆาตกรรม จากนั้นผู้ต้องหาได้นำศพไปซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์ร้างที่อยู่ใกล้กับที่พักอาศัย เพื่ออำพรางคดี

พ.ต.อ.สมศักดิ์ รักษาการรองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า คดีนี้มีความอุกอาจและสลับซับซ้อน เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นภรรยาของผู้ตายเอง เจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติม หากพบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ธิติ แสนสระ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้เร่งคลี่คลายคดีโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และย้ำว่าการกระทำความผิดลักษณะนี้มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต