เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แถลงผลการจับกุม นายโจ้ (สงวนนามสกุล) หรือที่รู้จักในชื่อ 'เสี่ยโจ้' อายุ 45 ปี พร้อมพวกอีก 3 คน ในคดีฆ่าหั่นศพนางสาวจูน (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2567 ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี
การจับกุมที่ชายแดนกัมพูชา
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวนายโจ้และผู้ต้องหารวม 4 คน ขณะพยายามหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังประเทศกัมพูชา ผ่านทางช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยสามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด โดยไม่มีการต่อต้าน
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า "ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกนำตัวมาสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขยายผลเพิ่มเติม โดยเฉพาะปมสังหารและแรงจูงใจในการฆ่าหั่นศพ"
รายละเอียดคดี
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 22.00 น. นางสาวจูนได้ออกจากบ้านพักในจังหวัดนนทบุรี เพื่อไปพบกับนายโจ้ตามนัดหมาย หลังจากนั้นครอบครัวไม่สามารถติดต่อเธอได้ จึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพบว่านายโจ้ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวมารับนางสาวจูนในเวลาที่เกิดเหตุ และจากนั้นไม่พบการเคลื่อนไหวของนางสาวจูนอีกเลย
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่านายโจ้และพวกได้ลงมือฆ่าและหั่นศพนางสาวจูนภายในบ้านพักของนายโจ้ในจังหวัดปทุมธานี จากนั้นได้นำชิ้นส่วนศพไปทิ้งในจุดต่าง ๆ รวมถึงทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางส่วน
การจับกุมและการสอบสวน
ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดปทุมธานีในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" และ "ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ" เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้รับรายงานว่านายโจ้และพวกกำลังเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ จึงได้ประสานงานกับตำรวจตระเวนชายแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสกัดกั้น ส่งผลให้สามารถจับกุมตัวได้ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
เบื้องต้นนายโจ้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน โดยเป็นเพื่อนและญาติของนายโจ้
แรงจูงใจและผลกระทบ
ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาแรงจูงใจที่แท้จริง โดยสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ส่วนตัวและปัญหาทางการเงิน เนื่องจากพบว่านายโจ้มีหนี้สินจำนวนมาก และนางสาวจูนเคยให้ยืมเงินเป็นจำนวนกว่า 500,000 บาท
นางสาวจูนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เธอทำงานพิเศษเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อเพื่อหาเงินส่งเสียครอบครัว ครอบครัวของนางสาวจูนรู้สึกเสียใจอย่างมากและขอให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่สังคม ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายและครอบครัว"



