เปิดคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพยายและน้า
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2567 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้แถลงผลการจับกุมนายอิทธิพล (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ่อนเร้น ทำลายศพ เหตุเกิดภายในบ้านพักในซอยลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา
พบศพยายและน้าถูกหั่นเป็นชิ้นๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากเพื่อนบ้านว่ามีกลิ่นเหม็นรุนแรงออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว ตรวจสอบพบศพนางทองดี (สงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นยายของผู้ต้องหา และนางสาวสมศรี (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นน้าสะใภ้ ถูกฆ่าตายและถูกหั่นศพเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยบรรจุในถุงดำหลายใบ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่านายอิทธิพลเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง
ผู้ต้องหารับสารภาพอ้างโกรธแค้น
นายอิทธิพลให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยอ้างว่ามีความโกรธแค้นยายและน้าสะใภ้ที่มักจะดูถูกและทำร้ายร่างกายตนอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะยายที่ชอบตำหนิว่าตนเป็นคนไร้ค่าและไม่เคยทำประโยชน์ให้ครอบครัว ในขณะที่น้าสะใภ้ก็มักจะยุยงให้ยายเกลียดชังตนมากขึ้น ทำให้ตนเก็บความแค้นมานานและตัดสินใจลงมือก่อเหตุในวันที่ 18 กรกฎาคม หลังจากทะเลาะกับยายอย่างรุนแรง
ประวัติอาชญากรรมและคดียาเสพติด
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายอิทธิพลเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาก่อนหน้านี้ โดยถูกจับกุมเมื่อปี 2565 ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง และถูกตัดสินจำคุก 2 ปี แต่ได้รับการลดโทษและพ้นโทษมาได้ไม่นาน นอกจากนี้ยังมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์อีก 2 คดี แต่ไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ
แนวทางการสืบสวนและข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.สมชาย วงศ์เจริญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมพบว่านายอิทธิพลมีอาการทางจิตเวชแทรกซ้อน เนื่องจากมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญาเมื่อปี 2566 ด้วยอาการโรคจิตเภท แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจประเมินสภาพจิตใจอย่างละเอียดที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ทำลายศพ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ความคืบหน้าคดีและมาตรการป้องกัน
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังบุคคลที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือมีปัญหาสุขภาพจิตในครอบครัว ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้



