ศาลกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี พิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายโยฮันเนส เอ็ม. แพทย์ด้านการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) วัย 41 ปี หลังจากเขาสารภาพว่าฆาตกรรมผู้ป่วย 15 ราย ด้วยการฉีดยาพิษให้หยุดหายใจเฉียบพลัน และจุดไฟเผาบ้านเพื่ออำพรางคดี ผู้พิพากษาชี้ว่าแรงจูงใจเกิดจาก "กระหายในอำนาจเหนือชีวิตคน" มิใช่ความเมตตา
รายละเอียดคดีและเหยื่อ
คำพิพากษาระบุว่าเหยื่อประกอบด้วยผู้หญิง 12 คน และผู้ชาย 3 คน มีอายุตั้งแต่ 25 ถึง 94 ปี แม้ทั้งหมดจะป่วยด้วยโรคร้ายแรง แต่ยังไม่ได้อยู่ในภาวะใกล้เสียชีวิต อัยการแถลงว่าแพทย์รายนี้ได้ฉีดยาสลบและยาคลายกล้ามเนื้อในปริมาณอันตรายถึงชีวิตโดยไม่ได้รับความยินยอม ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ใช้หายใจเป็นอัมพาต หยุดหายใจ และเสียชีวิตภายในไม่กี่นาที
นอกจากนี้ ศาลรับฟังหลักฐานว่าอย่างน้อย 5 ครั้ง ผู้ต้องหาได้จุดไฟเผาบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ของผู้เสียชีวิตเพื่อทำลายหลักฐานและอำพรางคดี
คำพิพากษาและเหตุผล
ผู้พิพากษาซิลเวีย บุช ระบุว่าความผิดของเขามีความร้ายแรงเป็นกรณีพิเศษ ทำให้หมดสิทธิ์ขอทัณฑ์บนหรือปล่อยตัวก่อนกำหนด ศาลยังสั่งกักกันเพื่อความปลอดภัยหลังรับโทษจำคุก และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตลอดชีวิต
ผู้พิพากษาบุชกล่าวว่า คดีนี้ "ยากจะจินตนาการ" และเรียกจำเลยว่า "ฆาตกรต่อเนื่อง" พร้อมชี้ว่าการกระทำไม่ได้เกิดจากความเมตตาหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการช่วยให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบ แต่เกิดจากความต้องการมีอำนาจควบคุมชีวิตเหยื่อ ขณะที่อัยการระบุว่าจำเลยมี "ความหลงใหลในการฆ่า" โดยไม่มีแรงจูงใจอื่น
เหตุการณ์สะเทือนขวัญก่อนถูกจับกุม
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2024 ก่อนถูกจับกุมไม่นาน ในช่วงเช้า แพทย์รายนี้สังหารชายวัย 75 ปีที่บ้านพักในย่านครอยซ์แบร์กของกรุงเบอร์ลิน และเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมาได้สังหารหญิงวัย 76 ปีในย่านนอยเคิล์น พร้อมพยายามวางเพลิงบ้านเหยื่อแต่ไม่สำเร็จ
การสารภาพของจำเลยและปฏิกิริยาญาติ
ตลอดการพิจารณาคดีนานเกือบหนึ่งปี จำเลยแทบไม่ให้การ จนกระทั่งช่วงท้าย เขายอมรับต่อศาลว่า "ได้ฆ่าคน" และสารภาพว่าลงมือสังหารผู้ป่วยอย่างน้อย 12 ราย โดยอ้างว่าเชื่อว่ากำลังช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน พร้อมกล่าวว่าขณะนี้ตระหนักถึงความเจ็บปวดที่ก่อขึ้นและรู้สึกสิ้นหวัง
อย่างไรก็ตาม ญาติผู้เสียชีวิตหลายคนปฏิเสธคำอ้างดังกล่าว แม่ของหญิงวัย 25 ปี ซึ่งเป็นเหยื่ออายุน้อยที่สุด กล่าวทั้งน้ำตาว่าลูกสาวของเธอไม่เคยพูดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ ขณะที่บุตรชายของหญิงวัย 72 ปี เปิดเผยว่ามารดาของเขายังวางแผนเดินทางไปเที่ยวทะเลบอลติกกับน้องสาวและต้องการใช้ชีวิตต่อไป
การสอบสวนเพิ่มเติมและคดีที่อาจขยาย
แม้ศาลจะตัดสินความผิดใน 15 คดี แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคดีทั้งหมด โดยอัยการกำลังสอบสวนการเสียชีวิตต้องสงสัยอีก 76 คดี หากพบหลักฐานและมีคำพิพากษาเพิ่มเติม คดีนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีเหยื่อมากที่สุดในประวัติศาสตร์เยอรมนี จากรายงานของ AFP และ BBC



