ตำรวจนครบาลควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการบริษัทเครื่องมือแพทย์ อำพรางศพบ้านร้างลพบุรี
วันนี้ (6 มีนาคม 2569) ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ร่วมกับชุดสืบสวนนครบาล และฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญา เข้ามายังห้องสืบสวน โดยผู้ต้องหาประกอบด้วยชาย 1 คน และหญิง 1 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่านายรุทธ์ หรือท็อป ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร และนำศพไปอำพรางที่บ้านร้างในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
การควบคุมตัวและข้อสงสัยการหลบหนี
ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน หลังพยายามออกจากที่พักในช่วงเวลา 23.00 น.ของวันที่ผ่านมา จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตามหมายจับ เมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบว่ามีการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางออกนอกประเทศผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ต้องหาพยายามหลบหนี นอกจากนี้ ตำรวจยังได้อายัดรถส่วนบุคคลของผู้ต้องหาไว้ 2 คัน ได้แก่รถเก๋ง 1 คัน และรถกระบะ 1 คัน
หลักฐานเพิ่มเติมและความคืบหน้าคดี
จากการสังเกตของทีมข่าว ภายในรถเก๋งพบชุดเครื่องแบบทหารและชุดสูทถูกแขวนอยู่ และมีข้อมูลจากฝ่ายสืบสวนว่ามีอาวุธปืน 1 กระบอก ซึ่งคาดว่าเป็นปืนปลอม ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจเข้าตรวจสอบในช่วงเช้าวันนี้ (6 มกราคม) พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาเอง
เครือข่ายผู้ต้องหาและผู้บงการเบื้องหลัง
จากแนวทางสืบสวน เชื่อว่าผู้ต้องหาชายเป็นผู้บงการหรือบอสใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างทีมอุ้มก่อเหตุ ซึ่งถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด 8 คน ส่วนหญิงสาวคนสนิทถูกระบุว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาชาย และต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุ สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาในทีมอุ้มฆ่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับรวม 8 คน ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยจับกุมได้แล้ว 7 คน ทำหน้าที่เป็นทีมปฏิบัติการอุ้มตัวผู้เสียชีวิต
ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีและความคืบหน้า
ผู้ต้องหาอีก 1 คน คือว่าที่ ร.ต.ภูเมธ หรืออาร์ท อายุ 48 ปี ถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าจ้างทีมอุ้ม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศลาว ตำรวจกำลังเร่งติดตามและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



