ตำรวจทางหลวงสกัดแก๊งวัยรุ่นขนยาบ้า 8 ล้านเม็ด รับจ้าง 5 แสนบาท แถลงจับกุม 3 ผู้ต้องหา
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) และคณะ แถลงผลงานจับกุมวัยรุ่น 3 ราย ขนยาบ้า 8 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท หลังสกัดกั้นได้ที่ปั๊มน้ำมันในจังหวัดตาก
รายละเอียดการจับกุมและของกลาง
ผู้ต้องหาคือ นายวัศพล แซ่ว่าง อายุ 23 ปี, นายจารุกิตติ์ ชำนาญคีรี อายุ 23 ปี และ นายสมบัติ แซ่ว่าง อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 8,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จับกุมได้บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนเอเชียตาก - กำแพงเพชร ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอเมืองตาก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดจากการขยายผลจากคดียาบ้า 2.5 ล้านเม็ดที่จับได้ก่อนหน้านี้ในจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จนพบรถต้องสงสัย 2 คัน ขับผ่านเส้นทางถนนพหลโยธินและเลี่ยงมาใช้ถนนรองในตากเพื่อหลบด่านตรวจ
การสกัดกั้นและตรวจค้น
พล.ต.ต.พรศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ปูพรมติดตามจนพบรถกระบะอีซูซุสีขาว ทะเบียน ขจ 1655 พิษณุโลก และรถกระบะตู้ทึบอีซูซุสีบรอนซ์ ทะเบียน บต 2757 ตาก จอดพักในปั๊มน้ำมัน ตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้ง 3 รายกำลังนั่งกินข้าวในร้านอาหารใกล้เคียง
เมื่อเข้าไปสอบถาม ผู้ต้องหาแสดงอาการมีพิรุธ มือไม้สั่น เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวตรวจสอบรถ พบถุงกระสอบสีดำ 27 กระสอบซุกซ่อนในท้ายกระบะตู้ทึบ ภายในเป็นยาบ้า 8 ล้านเม็ด จึงจับกุมพร้อมตรวจยึดของกลางทันที
การรับสารภาพและข้อกล่าวหา
สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า รับงานจ้างขนยาเสพติดล็อตนี้จากจังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปส่งในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ได้รับค่าจ้าง 500,000 บาท โดยแวะเติมน้ำมันและกินข้าวเนื่องจากกลัวน้ำมันหมดและยังไม่ได้ทานอาหาร ก่อนถูกจับกุม
ตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต” และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเพื่อดำเนินคดีต่อไป
กลยุทธ์ขบวนการค้ายาเสพติด
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขบวนการค้ายาเสพติดในปัจจุบันมักว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีประวัติพัวพันคดียาเสพติดมาทำหน้าที่ลักลอบขนยา เพื่อป้องกันการถูกเฝ้าติดตามจากเจ้าหน้าที่ ยาบ้าล็อตนี้มีเป้าหมายส่งให้เอเย่นต์ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ตำรวจจะขยายผลหาตัวผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง



