ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งสอบเอาผิด ผอ.รร.ดัง หลังถูกร้องเรียนอนาจารเด็ก
ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งสอบเอาผิด ผอ.รร.ดัง หลังถูกร้องเรียนอนาจารเด็ก

ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งสอบเอาผิด ผอ.รร.ดัง หลังถูกร้องเรียนอนาจารเด็ก

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้ออกคำสั่งให้ดำเนินการสอบสวนและเอาผิดกับผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ หลังจากมีผู้ปกครองร้องเรียนว่าผู้อำนวยการโรงเรียนได้กระทำอนาจารนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภายในโรงเรียน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและไม่พอใจให้กับผู้ปกครองและชุมชนเป็นอย่างมาก

รายละเอียดเหตุการณ์

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า นักเรียนหญิงรายดังกล่าวได้เข้าไปพบผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อขอรับคำปรึกษาเรื่องการเรียน แต่กลับถูกผู้อำนวยการกระทำอนาจารภายในห้องทำงาน หลังจากนั้นนักเรียนได้เล่าให้เพื่อนฟังและเพื่อนได้แจ้งให้ครูที่ปรึกษาทราบ ครูที่ปรึกษาจึงแจ้งให้ผู้ปกครองทราบและดำเนินการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้ปกครองของนักเรียนได้เข้าร้องทุกข์กับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 โดยระบุว่าต้องการให้มีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้อำนวยการโรงเรียน เนื่องจากเป็นการกระทำที่เลวร้ายและสร้างความเสียหายต่อจิตใจของเด็กอย่างรุนแรง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การดำเนินการของหน่วยงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมทั้งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว นอกจากนี้ยังสั่งการให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่รับคดีและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาครได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวระหว่างการสอบสวน และได้ส่งทีมสหวิชาชีพเข้าไปให้การช่วยเหลือทางด้านจิตใจแก่นักเรียนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองและนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียน

ปฏิกิริยาจากสังคม

เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของผู้อำนวยการโรงเรียนและเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างรุนแรง

ผู้ปกครองของนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุตรหลาน และเรียกร้องให้โรงเรียนมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการตรวจสอบประวัติบุคลากรอย่างละเอียด

ทางด้านเครือข่ายผู้ปกครองและครูในพื้นที่ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางเพศในสถานศึกษา

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นได้ให้คำแนะนำว่า ผู้ปกครองควรพูดคุยกับบุตรหลานเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และควรสังเกตพฤติกรรมของเด็กที่อาจเปลี่ยนแปลงไปหลังจากเกิดเหตุการณ์ เช่น หวาดกลัว ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือมีอาการซึมเศร้า

นอกจากนี้ยังแนะนำให้โรงเรียนมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันและจัดการกับการล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงการจัดอบรมให้ความรู้แก่ครูและบุคลากรเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่เหมาะสมกับนักเรียน

คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วันในการสรุปผลการสอบสวนและดำเนินการทางวินัยและกฎหมายต่อไป