เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (วันที่ 5 มีนาคม 2568) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณถนนมิตรภาพ ขาออกตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่จังหวัดขอนแก่น ใกล้กับสี่แยกปักธงชัย เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาล
เหตุการณ์หนีตรวจวัดแอลกอฮอล์
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้มีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บม 5555 นครราชสีมา ขับมาด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ได้ให้สัญญาณให้หยุด แต่คนขับไม่ยอมหยุด กลับเร่งเครื่องขับฝ่าด่านตรวจไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งประสานไปยังจุดสกัดต่างๆ บนเส้นทางเพื่อให้ช่วยกันสกัดจับ
รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับหนีไปตามถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่จังหวัดขอนแก่น โดยมีตำรวจหลายชุดไล่ตามติด ระหว่างทางคนขับได้ขับรถด้วยความเร็วสูงและปาดซ้ายปาดขวาอย่างหวาดเสียว ทำให้รถคันอื่นต้องหลบหลีกกันจ้าละหวั่น
การสกัดจับและผลการดำเนินคดี
จนกระทั่งมาถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 25 ถนนมิตรภาพ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ยางรถกระบะจนแตก ทำให้รถเสียหลักและหยุดลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวคนขับได้ทันที ทราบชื่อคือ นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า นายสมชายมีอาการมึนเมา จึงได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ผลปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 120 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา "ขับขี่รถในขณะเมาสุรา" และ "ขับรถโดยไม่ยอมหยุดตามคำสั่งเจ้าพนักงาน" พร้อมทั้งยึดใบขับขี่และดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.อ. เกรียงไกร สุขเกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า "ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าดื่มเหล้ามาตั้งแต่กลางคืน และคิดว่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ไม่เจอแล้ว จึงตัดสินใจขับรถหนี แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ การกระทำดังกล่าวเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างมาก เราจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด"
สถิติและมาตรการป้องกัน
จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล พบว่าในปีนี้มีผู้ขับขี่ที่ถูกตรวจพบแอลกอฮอล์เกินกำหนดมากกว่า 2,000 ราย และมีคดีแหกด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์เกิดขึ้นแล้ว 15 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 20 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เพิ่มมาตรการตั้งด่านตรวจแบบไม่ประจำที่ และใช้เทคโนโลยีตรวจจับความเร็วและกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามรถต้องสงสัย
ด้านนายสมชาย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "ผมเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่าผิดจริงๆ แต่ตอนนั้นกลัวว่าถ้าถูกจับจะเสียงาน เลยคิดแค่ว่าจะหนีให้พ้น แต่กลับทำให้เรื่องใหญ่ขึ้น อยากขอโทษทุกคนที่เดือดร้อน"
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่า การขับขี่รถขณะเมาสุราเป็นความผิดที่มีโทษทั้งจำคุกและปรับ หากพบเห็นผู้ขับขี่มีอาการมึนเมา สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



