ตำรวจนครศรีธรรมราชจับกุมแก๊งโจรกรรมตู้เอทีเอ็มเครือซีพีได้แล้ว
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 พล.ต.ต.นราเทพ นาคสนธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองคำ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งโจรกรรมตู้เอทีเอ็มของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก
ผู้ต้องหาสารภาพก่อเหตุหลายครั้ง
ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายประเสริฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดพัทลุง โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุโจรกรรมตู้เอทีเอ็มของเครือซีพีมาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กระบี่ และพังงา โดยใช้วิธีใช้ปืนยิงกุญแจตู้เอทีเอ็มเพื่อเปิดประตู จากนั้นจึงใช้ระเบิดทำลายระบบรักษาความปลอดภัยภายในตู้
พล.ต.ต.นราเทพเปิดเผยว่า "แก๊งนี้มีการวางแผนอย่างละเอียด โดยเลือกตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีกล้องวงจรปิด ใช้ปืนลูกซองยิงกุญแจตู้ก่อน จากนั้นจึงใช้ระเบิดซีโฟร์หรือระเบิดแบบอื่นที่ทำขึ้นเอง ทำลายกลไกภายในตู้เพื่อเอาเงินสด จากการสอบสวนพบว่าก่อเหตุมาแล้วอย่างน้อย 5 ครั้ง ได้เงินไปรวมกว่า 2 ล้านบาท"
ของกลางที่ยึดได้
ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้จำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปืนพกสั้น 1 กระบอก วัตถุระเบิดซีโฟร์ 2 ก้อน ชนวนระเบิด เครื่องมือตัดเหล็ก หน้ากากป้องกันใบหน้า ถุงมือยาง และเงินสดบางส่วนที่ได้จากการโจรกรรม นอกจากนี้ยังยึดรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุอีก 2 คัน
พ.ต.อ.ไพโรจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า "การสืบสวนใช้เวลานานหลายเดือน เนื่องจากแก๊งนี้เปลี่ยนสถานที่พักและรถยนต์บ่อยครั้ง แต่เราสามารถติดตามพฤติกรรมและเชื่อมโยงหลักฐานจากที่เกิดเหตุหลายแห่งจนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด"
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระบบการเงิน
เหตุการณ์โจรกรรมตู้เอทีเอ็มในครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บริการตู้เอทีเอ็มของเครือซีพี ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ทางเครือซีพีได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว และยืนยันว่าจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับตู้เอทีเอ็มทุกแห่ง รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิดและระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
ด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "เหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามต่อระบบการเงิน แต่เชื่อว่าการทำงานของตำรวจและการร่วมมือกับธนาคารจะช่วยป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้ได้ในอนาคต" ขณะที่สมาคมธนาคารไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ธนาคารทุกแห่งเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยตู้เอทีเอ็ม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
ขั้นตอนการดำเนินคดี
ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีในข้อหา "ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป" และ "ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน" โดยมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่อาจหลบหนีอีก 2-3 คน
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับการโจรกรรมตู้เอทีเอ็มหรือเหตุผิดปกติอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนตำรวจ 191 หรือศูนย์รับแจ้งเหตุของเครือซีพีตลอด 24 ชั่วโมง



