หนุ่มคลั่งจับแฟนสาวเป็นตัวประกัน ตร.เจรจานาน 3 ชม.ยอมมอบตัว
หนุ่มคลั่งจับแฟนสาวเป็นตัวประกัน ตร.เจรจานาน 3 ชม.

เกิดเหตุชวนช็อกเมื่อชายวัย 29 ปีคลั่งจับแฟนสาวเป็นตัวประกันภายในห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมงในการเจรจา ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะยอมมอบตัวในที่สุด โดยแฟนสาวไม่ได้รับอันตราย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากทะเลาะกัน

เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2568 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรบางบัวทองได้รับแจ้งเหตุมีชายคลั่งจับแฟนสาวเป็นตัวประกันภายในห้องพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเจรจาต่อรองและหน่วยกู้ภัยรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ภายในห้องพักชั้น 2 พบชายวัย 29 ปีอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง พร้อมอาวุธมีดและปืนลูกซองสั้น จับแฟนสาวอายุ 26 ปีเป็นตัวประกัน โดยขังตัวเองอยู่ในห้องนอน เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเจรจาให้ชายคนดังกล่าวยอมปล่อยตัวแฟนสาว แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมและยังคงมีอาการคลุ้มคลั่งตลอดเวลา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เจรจานาน 3 ชั่วโมงกว่าจะสำเร็จ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเจรจาต่อรองใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมงในการพูดคุยเกลี้ยกล่อม โดยใช้ทั้งญาติและเพื่อนสนิทเข้ามาช่วยพูดคุย จนในที่สุดชายคนดังกล่าวยอมปล่อยตัวแฟนสาวออกมาและยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าวและแฟนสาวมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงก่อนเกิดเหตุ เนื่องจากฝ่ายชายมีอาการทางประสาทและไม่ยอมกินยา จนทำให้เกิดอารมณ์รุนแรงและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวชายคนดังกล่าวไปสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านแฟนสาวปลอดภัยแล้ว

ด้านแฟนสาววัย 26 ปีหลังจากได้รับการช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายและให้กำลังใจ โดยแฟนสาวมีอาการตกใจแต่ไม่ได้รับอันตรายทางร่างกายแต่อย่างใด

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดระหว่างการเจรจา แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่าหากพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และห้ามเข้าใกล้บริเวณที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด