ชิมแปนซีเพศเมียตั้งท้องที่สวนสัตว์ไนแองการ่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตจากพิษสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-green algae) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ขณะตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 เดือน ก่อนกำหนดคลอด 2 เดือน สัตวแพทย์ระบุสาเหตุการตายจากสารพิษไมโครซิสติน (Microcystin) ที่พบในบ่อน้ำภายในสวนสัตว์
รายละเอียดเหตุการณ์
สวนสัตว์ไนแองการ่าเปิดเผยว่า ชิมแปนซีตัวดังกล่าวมีชื่อว่า "คิมเบอร์ลี" อายุ 30 ปี อาศัยอยู่ที่สวนสัตว์แห่งนี้มานานกว่า 20 ปี มันเป็นแม่ของลูกชิมแปนซีอีก 2 ตัว และกำลังตั้งท้องลูกตัวที่ 3 โดยคาดว่าจะคลอดในเดือนสิงหาคม 2567 อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เจ้าหน้าที่สังเกตว่าคิมเบอร์ลีมีอาการเซื่องซึมและไม่ยอมกินอาหาร จึงนำตัวไปตรวจรักษา แต่ก็เสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น
ผลชันสูตรศพจากห้องปฏิบัติการของรัฐนิวยอร์กยืนยันว่า คิมเบอร์ลีเสียชีวิตจากสารพิษไมโครซิสติน ซึ่งผลิตโดยสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สารพิษดังกล่าวปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่สวนสัตว์ใช้สำหรับสัตว์ โดยเฉพาะบ่อน้ำใต้ดินที่สวนสัตว์สูบขึ้นมาใช้
ผลกระทบและการตอบสนอง
สวนสัตว์ไนแองการ่าปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน เพื่อตรวจสอบระบบน้ำและความปลอดภัยของสัตว์อื่น ๆ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานสัตว์อื่นป่วยหรือตายเพิ่มเติม สวนสัตว์ระบุว่าจะเปลี่ยนมาใช้น้ำประปาจากเทศบาลแทนน้ำบ่อใต้ดิน และจะติดตั้งระบบกรองน้ำเพิ่มเติม
ดร.แอนเดรีย ฮาร์ทแมน สัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์กล่าวว่า "การสูญเสียคิมเบอร์ลีเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง เธอเป็นสมาชิกสำคัญของฝูงชิมแปนซี เราจะเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก"
สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินหรือไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) เจริญเติบโตได้ดีในน้ำอุ่นและมีสารอาหารสูง โดยเฉพาะฟอสฟอรัสและไนโตรเจน ซึ่งมักมาจากปุ๋ยและของเสีย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้สาหร่ายชนิดนี้แพร่กระจายมากขึ้นในแหล่งน้ำทั่วโลก สารพิษไมโครซิสตินสามารถทำลายตับและระบบประสาทของสัตว์และมนุษย์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่สวนสัตว์ไนแองการ่ากำลังดำเนินโครงการอนุรักษ์ชิมแปนซี ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ โดยสวนสัตว์มีชิมแปนซีทั้งหมด 7 ตัว รวมทั้งคิมเบอร์ลีที่เสียชีวิต
ข้อมูลเพิ่มเติม
สวนสัตว์ไนแองการ่าตั้งอยู่ในเมืองไนแองการ่าฟอลส์ รัฐนิวยอร์ก เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1926 มีสัตว์มากกว่า 200 ชนิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากสวนสัตว์ซานฟรานซิสโกสูญเสียช้างแอฟริกาจากเชื้อไวรัส ทำให้วงการสวนสัตว์ในสหรัฐฯ ตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพมากขึ้น



