เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 สั่งการให้ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พ.ต.ท.ดนัยพร หาญกร รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.ภ.1 และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าภูมิภาค สาขารังสิต นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 349/2569 เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ในพื้นที่ หมู่ 9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
พบเครื่องขุดบิทคอยน์ 18 เครื่อง บุผนังเก็บเสียง
ที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ร้างไม่มีผู้อยู่อาศัย เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณชั้น 3 พบเครื่องขุดบิทคอยน์ จำนวน 18 เครื่อง โดยมีการอำพรางเสียงจากพัดลมระบายความร้อนของเครื่องขุดด้วยการบุผนังเก็บเสียง ซ่อนสายไฟอย่างแนบเนียน มีเสียงคล้ายกับเสียงพัดลมระบายอากาศทำงานอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังพบการลักลอบดัดแปลงวงจรไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้า และมีการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องแบบผิดปกติเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล (บิทคอยน์) นานกว่า 2 ปี
ค่าไฟเดือนละ 35.62 บาท สร้างความเสียหายหลายล้าน
จากการตรวจสอบพบว่าบิลค่าไฟฟ้าของอาคารดังกล่าวจ่ายเพียงเดือนละ 35.62 บาท ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก สร้างความเสียหายแก่รัฐเป็นมูลค่าหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลางประกอบด้วยเครื่องขุดบิทคอยน์ยี่ห้อต่างๆ จำนวน 11 เครื่อง, กล่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต 4 เครื่อง และอุปกรณ์ต่อพ่วงสายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกหลายรายการ
ขยายผลหาผู้กระทำผิดดำเนินคดี
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยของกลางทั้งหมดจะถูกส่งให้สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



