เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 ก.ค. 2569 ที่ สน.บางยี่เรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนควบคุมตัว นายประจวบ ชายสัญชาติไทย และ นางเสี่ยว อึ่ง หวู หญิงสัญชาติจีน มาสอบปากคำ โดยมีทนายความเดินทางมาด้วย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องสอบสวน นายประจวบมีสีหน้าเคร่งเครียด ก้มหน้าเป็นระยะ ก่อนถูกนำตัวไปควบคุมในห้องขัง
ปฏิเสธตอบคำถามสื่อ ก่อนเข้าห้องขัง
ทีมข่าวพยายามสอบถามถึงข้อเท็จจริงกรณีรับจ้างเป็นพ่อเด็ก ได้รับค่าตอบแทนเท่าใด รวมถึงคดีนอมินีบริษัทที่เคยตกเป็นผู้ต้องหา แต่ นายประจวบปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยก่อนเดินเข้าห้องขังหันไปมองทนายความเพียงครู่หนึ่ง ทนายความของทั้งสองฝ่ายไม่สะดวกให้ข้อมูล ก่อนเดินทางกลับ
คุมตัวผู้ต้องหาเพิ่ม ปั้นเด็กต่างด้าวเป็นคนไทย
ในช่วงค่ำ ตำรวจทยอยควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีปั้นเด็กต่างด้าวเป็นคนไทย เพื่อหวังให้เด็กถือสองสัญชาติและได้รับสิทธิจากทั้งไทยและจีน มาสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้ต้องหาแต่ละคู่ต่างก้มหน้า ไม่ให้สัมภาษณ์ ก่อนถูกนำตัวเข้าห้องสอบสวน นอกจากนี้ หญิงไทยรายหนึ่งที่มาเยี่ยมญาติยอมรับเพียงว่าคนในครอบครัวมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด พร้อมระบุว่าจะยื่นประกันตัว
พยาบาลโรงพยาบาลเอกชนถูกสอบปากคำ หลบเลี่ยงสื่อ
เวลา 20.15 น. ตำรวจคุมตัว นางสาวสุนีย์ ออกจากห้องสอบสวน ทันทีที่เดินออกมา ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีเธอเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนและถูกกล่าวหาว่าแจ้งเกิดให้เด็กจีน แต่ นางสาวสุนีย์ ดึงหมวกลงปิดบังใบหน้า เร่งเดินหลบเลี่ยงสื่อ ไม่ตอบคำถามใด ๆ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวออกไป
นายจ้าง ‘นายวิโรจน์’ เผยลูกจ้างเซ็นเป็นพ่อเด็ก 3 คน
นางเอื้อม อายุ 60 ปี นายจ้างของ นายวิโรจน์ ที่ถูกควบคุมตัวจากบ้านพัก จ.ราชบุรี เปิดเผยหลังเดินทางมายื่นขอประกันตัว ระบุว่าตนทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากจีน มีสามีเป็นคนจีน มีญาติสามีเป็นลูกจ้าง 10 ปี ทำงานถูกกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงาน เช่นเดียวกับ นายวิโรจน์ ที่เป็นลูกจ้างเช่นกัน
นางเอื้อมกล่าวว่า นายวิโรจน์ มีชื่อเป็นพ่อเด็กจีน 3 คน คือ เด็กชายอายุ 9 ขวบ เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ และเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของ นางหยาง เว่ยเซีย และ นายนิ โดยให้ นายวิโรจน์ เซ็นเป็นพ่อ ครอบครัวคิดว่าเป็นกระบวนการที่ถูกกฎหมาย เพราะเด็กเกิดที่โรงพยาบาลเอกชนที่มี นางสุนีย์ เป็นพยาบาลล่ามภาษาจีน แต่ไม่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการพ่อทิพย์อย่างไร
นางเอื้อมยืนยันว่า นายวิโรจน์ ไม่ได้รับค่าจ้างตามที่มีข่าว เธอไม่ทราบว่ามีชาวจีนอื่นติดต่อให้เซ็นเอกสารเป็นพ่ออีกหรือไม่ และย้ำว่าเอกสารที่เป็นประเด็นไม่ใช่ของบริษัทตน เดินทางมาเพื่อช่วยประกันตัวเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าตนและหลานไม่ใช่กลุ่มจีนเทา ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินี เพราะบริษัทมีเจ้าของถูกต้องอยู่แล้ว
นางเอื้อมเล่าว่า สาเหตุที่ให้ นายวิโรจน์ เซ็นเป็นพ่อเด็ก เพราะครอบครัวจีนหลายครอบครัวมีความเชื่อว่า ถ้าคลอดลูกในไทยอยากให้ได้สัญชาติไทย เพื่อทำมาหากินสะดวก ซึ่งเป็นความเชื่อที่หลานคนจีนอ้างกับตนเท่านั้น ส่วนตนเป็นคนไทยโดยกำเนิด
หลังทราบข่าวการจับกุม นางเอื้อมรู้สึกตกใจ เพราะผู้ถูกจับหลายคนเคยเป็นลูกจ้างบริษัทตน เธอเชื่อว่า นายวิโรจน์ บริสุทธิ์ใจ เพราะไม่มีเหตุต้องรับเงินหรือผลประโยชน์ ไม่มีปัญหาเดือดร้อนการเงิน ภรรยาเสียชีวิต 2-3 ปีแล้ว มีบุตรแท้ๆ ที่โตเป็นผู้ใหญ่ ปัจจุบันลูกสาวดูแลอุปการะ
นางเอื้อมเดินทางมาเพื่อยื่นขอประกันตัว แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่าคดีนี้ไม่อนุญาตให้ประกันตัวทุกกรณี เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ ก่อนหน้านี้ตำรวจอีกพื้นที่แจ้งให้เดินทางมารอดำเนินการที่นี่ หลักทรัพย์ที่เตรียมไว้ประมาณคนละ 65,000-100,000 บาท



