ตำรวจออสเตรเลียจับกุมหญิงสัญชาติฝรั่งเศสวัย 31 ปี หลังเดินทางมาจากประเทศไทยและถูกตรวจพบสารเสพติดอันตรายซุกซ่อนในขวดครีมอาบน้ำ รวมถึงกลืนเม็ดยาสเตียรอยด์อีก 40 เม็ด โดยเธอถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดและสารควบคุมต้องห้าม ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 25 ปี
การจับกุมที่สนามบินเพิร์ท
เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของหญิงรายนี้ทันทีที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเพิร์ทเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบขวดพลาสติกขนาดเล็กที่ระบุฉลากว่าเป็นครีมอาบน้ำ แต่ของเหลวภายในกลับเป็นสารบิวเทนไดออล (Butanediol) น้ำหนัก 50 กรัม ซึ่งเป็นสารเคมีควบคุมต้องห้ามตามกฎหมายควบคุมพรมแดน
หลักฐานจากโทรศัพท์มือถือและการขับถ่ายเม็ดยา
เจ้าหน้าที่ตรวจค้นโทรศัพท์มือถือของเธอและพบภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าเธออาจใช้วิธีกลืนหรือซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายไว้ในร่างกาย เจ้าหน้าที่ ABF จึงส่งตัวให้ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ดำเนินการต่อ ต่อมาหญิงรายนี้ได้ขับถ่ายเม็ดยาสเตียรอยด์ออกมาจำนวน 40 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์
ข้อหาและโทษ
เธอถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดและสารควบคุมในปริมาณเพื่อการค้า ตามมาตรา 307.2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาออสเตรเลีย ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 25 ปี เธอขึ้นศาลแขวงเมืองเพิร์ทเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569
อันตรายของสารบิวเทนไดออล
จอห์น เอลดริดจ์ ผู้บังคับการ ABF กล่าวว่า "บิวเทนไดออลเป็นตัวทำละลายเคมีที่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกแปรสภาพเป็นสารจีเอชบี (GHB) หรือที่รู้จักในชื่อยาเสียสาว การได้รับเพียงไม่กี่มิลลิกรัมอาจทำให้เสียชีวิตได้" เขายังเน้นว่าออสเตรเลียประกาศให้บิวเทนไดออลเป็นสารควบคุมพรมแดนตั้งแต่ปี 2024 และการลักลอบนำเข้ามีโทษเทียบเท่ากับยาเสพติดร้ายแรงอื่นๆ เช่น ยาไอซ์ เฮโรอีน และโคเคน
คำเตือนจากเจ้าหน้าที่
ปีเตอร์ บรินดัล รักษาการผู้กำกับการสืบสวนของ AFP ย้ำว่าเจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดและเฝ้าระวังตามสนามบินต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมเตือนว่าการลักลอบขนยาเสพติดเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่มีโทษสถานหนักและไม่มีทางรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่



