ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มใหญ่เปิดบัญชีม้า รับจ้างโอนเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มใหญ่เปิดบัญชีม้ารับจ้างโอนเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สส.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สส.) ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาที่เปิดบัญชีม้าและรับจ้างโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

พฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยแก๊งดังกล่าวได้ใช้บัญชีธนาคารของนายสมชายเป็นบัญชีม้าในการรับโอนเงินจากผู้เสียหายหลายราย ก่อนที่จะโอนต่อไปยังบัญชีอื่นๆ ในต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนจนทราบว่านายสมชายเป็นผู้เปิดบัญชีและให้บริการโอนเงินให้กับแก๊งดังกล่าว

การจับกุมและของกลาง

ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม จาก 2 ธนาคาร โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชี นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่าในบัญชีของนายสมชายมีเงินหมุนเวียนเข้ามากว่า 10 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการโอนเงินจากผู้เสียหายหลายราย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำให้การของผู้ต้องหา

นายสมชายให้การรับสารภาพว่า ได้เปิดบัญชีธนาคารไว้หลายบัญชีเพื่อรับจ้างโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 1,000-2,000 บาทต่อบัญชี ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่โอน โดยเริ่มทำมาแล้วประมาณ 1 ปี และมีรายได้รวมกว่า 200,000 บาท ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้ว่าเงินดังกล่าวมาจากการหลอกลวง แต่รับว่าได้เปิดบัญชีให้กับบุคคลอื่นโดยไม่ตรวจสอบที่มาของเงิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายสมชายในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ “ร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้

คำเตือนจากตำรวจ

พล.ต.ต.สถิตย์ กล่าวเตือนประชาชนว่า การเปิดบัญชีม้าหรือรับจ้างโอนเงินให้กับผู้อื่นโดยไม่ทราบที่มาของเงินนั้น ถือเป็นความผิดทางอาญา โดยเฉพาะหากเงินนั้นมาจากการกระทำผิด เช่น การหลอกลวงหรือการพนันออนไลน์ ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินหรือสมคบกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีโทษรุนแรง จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้เปิดบัญชีหรือรับโอนเงินโดยไม่ตรวจสอบที่มา