แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสาวโรงแรมโอนเงิน 2.5 ล้าน สูญทรัพย์สินเพียบ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสาวโรงแรมโอนเงิน 2.5 ล้าน

เกิดเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงพนักงานโรงแรมสาวรายหนึ่งสูญเงินกว่า 2.5 ล้านบาท พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีกหลายรายการ โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและยาเสพติด ก่อนจะหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีม้า

รายละเอียดเหตุการณ์

ผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 28 ปี ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และตำรวจสอบสวนกลาง อ้างว่าพบความผิดปกติในบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและยาเสพติด

ขั้นตอนการหลอกลวง

คนร้ายใช้กลอุบายหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีของทางการเพื่อตรวจสอบ โดยแบ่งการโอนเป็นหลายครั้ง รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังหลอกให้ผู้เสียหายนำทรัพย์สินมีค่า เช่น ทองคำ นาฬิกาหรู และเครื่องประดับ ไปมอบให้กับคนร้ายที่ส่งมารับถึงที่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเสียหาย

  • เงินสดและเงินโอนรวม 2,500,000 บาท
  • ทองคำหนัก 10 บาท มูลค่าประมาณ 350,000 บาท
  • นาฬิกาหรูยี่ห้อ Rolex มูลค่า 500,000 บาท
  • เครื่องประดับอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท

การดำเนินคดี

ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี หลังรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายค้นเพื่อติดตามตัวคนร้ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบัญชีม้าที่ใช้ในการรับโอนเงิน เบื้องต้นพบว่ามีการโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นอีกหลายชั้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำเตือนจากตำรวจ

พลตำรวจตรี สมชาย เกิดทอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังการโทรศัพท์จากบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะที่อ้างเรื่องผิดปกติทางบัญชีหรือคดีอาญา เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งให้โอนเงินหรือขอทรัพย์สิน และไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปรับทรัพย์สินถึงที่ หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะนี้ให้วางสายทันทีและแจ้งตำรวจ

ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวคนร้ายและเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ก่อเหตุในครั้งนี้