วันที่ 25 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสระแก้วว่า ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนต่างพากันร้องเรียนถึงผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมดำเนินการตัด ลด และรื้อเสาสัญญาณบริเวณชายแดนไทย โดยเฉพาะใน 7 พื้นที่เสี่ยง รวมถึงจังหวัดสระแก้ว เพื่อสกัดกั้นอินเทอร์เน็ตจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์
ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก สัญญาณอ่อนจนใช้การไม่ได้
ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนหลายคนสะท้อนว่า แม้จะเข้าใจเจตนาของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามมิจฉาชีพ แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชนทั่วไป สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตอ่อนลงอย่างชัดเจน ทำให้การติดต่อสื่อสาร การทำธุรกรรมออนไลน์ และการค้าขายสะดุด ขณะที่สายโทรหลอกลวงยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
หญิงวัย 42 ปี เปิดเผยความเดือดร้อน
หญิงอายุ 42 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน เปิดเผยว่า ตอนแรกเมื่อทราบข่าวว่ารัฐจะลดสัญญาณโทรศัพท์เพื่อสกัดสแกมเมอร์ ก็รู้สึกเห็นด้วย เพราะคิดว่าจะช่วยลดปัญหาการถูกหลอกลวง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าสัญญาณในพื้นที่อ่อนลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณใกล้แนวชายแดนและตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายสำคัญของจังหวัด
เธอกล่าวว่า "อย่างตนไปโรงเกลือ ใช้โทรศัพท์แทบไม่ได้เลย สแกนจ่ายเงินก็ไม่ได้ ต้องวิ่งหาเงินสดกันให้วุ่นวาย ซึ่งปกติทุกวันนี้ทุกคนก็มักจะใช้มือถือโอนจ่ายแทนเงินสดอยู่แล้ว หรือแม้แต่โทรศัพท์ธรรมดายังโทรติดยาก อย่างตอนนี้ดูแลคนแก่กันหลายบ้าน ถ้าเกิดผู้สูงอายุไม่สบายขึ้นมา แล้วโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ โทรหาใครไม่ได้จะทำอย่างไร"
เธอเสริมว่า ในภาวะบ้านเมืองที่มีความไม่แน่นอน การสื่อสารถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก จึงอยากให้ภาครัฐทบทวนมาตรการนี้ว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ ทุกวันนี้แม้รัฐจะลดเสาลดสัญญาณชายแดน แต่ปัญหาสแกมเมอร์ก็ยังเหมือนเดิม ยังโทรมาหลอก แสดงว่ามาตรการนี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป
แม่ค้าลูกชิ้นทอดและร้านน้ำชง ชี้มาตรการไม่ตรงจุด
แม่ค้าลูกชิ้นทอดและร้านน้ำชงในพื้นที่ชายแดน ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า มาตรการที่รัฐกำลังทำกระทบชาวบ้านมาก การลดเสาจะปราบสแกมเมอร์ไม่ได้ พบยังโทรมาหลอกลวงเหมือนเดิม แต่ชาวบ้านต้องทนกับสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณเน็ตที่แย่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าขาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันนิยมใช้การสแกนโอนเงินผ่านมือถือแทนเงินสด
เธอกล่าวว่า "ขายของ 20 บาท บางทีต้องรอครึ่งชั่วโมงกว่าจะโอนเสร็จ โหลดไม่ไป ลูกค้ายืนรอ บางคนรีบทำให้เสียโอกาสขาย สัญญาณอ่อนมาก ทำให้ปัญหายิ่งซ้ำซ้อน ตอนนี้ทุกอย่างกลับช้ากว่าเดิม ทุกอย่างติดขัดหมด ถ้าปราบสแกมเมอร์ไม่ได้ก็คืนสัญญาณมาให้ชาวบ้านเถอะ"
เจ้าของร้านกาแฟชายแดน เสนอให้คิดใหม่
ชายอายุ 50 ปี เจ้าของร้านกาแฟในพื้นที่ชายแดน กล่าวว่า ช่วงนี้สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ติด ๆ ดับ ๆ ใช้งานไม่แน่นอน บางครั้งเปิดอินเทอร์เน็ตได้ บางครั้งก็ไม่ได้ ถ้ารัฐลดสัญญาณแล้วแก๊งสแกมเมอร์หายไปจริง ก็ถือว่าแก้ถูกทาง แต่ถ้ายังโทรมาหลอกเหมือนเดิม แล้วประชาชนต้องเดือดร้อน แบบนี้ก็ควรคิดใหม่
เขาเสริมว่า ตนเข้าใจความจำเป็นของภาครัฐในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แต่การดำเนินมาตรการควรคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนที่ต้องพึ่งพาการสื่อสารมากกว่าหลายพื้นที่ อยากให้เอาสัญญาณกลับมาเหมือนเดิม



