สถิติช็อก! เหยื่อถูกหลอกออนไลน์เดือนกุมภาพันธ์พุ่ง 2.8 หมื่นเคส สูญเงินเกือบพันล้าน
เหยื่อถูกหลอกออนไลน์เดือนกุมภาพันธ์ 2.8 หมื่นเคส สูญเงินเกือบพันล้าน (01.03.2026)

สถิติช็อก! เหยื่อถูกหลอกออนไลน์เดือนกุมภาพันธ์พุ่ง 2.8 หมื่นเคส สูญเงินเกือบพันล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เปิดเผยสถิติคดีและความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ในรอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 28,180 เคส โดยมูลค่าความเสียหายรวมเกือบพันล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

การหลอกซื้อสินค้าและบริการครองอันดับ 1

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า การหลอกซื้อสินค้าและบริการ เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่ถูกแจ้งความเข้ามามากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ การหลอกซื้อสินค้าทั่วไปกว่า 3,753 เคส รองลงมาคือสินค้าแฟชั่นหรือแบรนด์เนม และอาหารหรือเครื่องดื่ม ตามลำดับ ในส่วนนี้ยังพบโปรไฟล์ปลอมที่ถูกใช้ซ้ำบ่อยที่สุดคือ "โดนัททท นัท" ซึ่งใช้ขายบัตรคอนเสอร์ต ส่งผลให้เกิดความเสียหายกว่า 220,000 บาท จาก 23 เคส

อันดับ 2: การหลอกลวงจ้างงานและผลประโยชน์อื่น

รูปแบบการหลอกลวงอันดับ 2 คือ การหลอกลวงจ้างงานและผลประโยชน์อื่น ซึ่งมีจำนวน 4,576 เคส โดยแบ่งย่อยออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การหลอกให้ทำงานเสริมออนไลน์ เช่น กดไลก์ กดแชร์ หรือกดสั่งออเดอร์ มี 2,404 เคส มูลค่าความเสียหายกว่า 380 ล้านบาท
  • การหลอกให้เปิดหน้าร้านออนไลน์ขายของ มี 681 เคส มูลค่าความเสียหายเกือบ 79 ล้านบาท
  • การหลอกจ่ายค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือค่าดำเนินการเพื่อไปทำงานต่างประเทศ มี 60 เคส มูลค่าความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ เช่น การหลอกให้บริการเงินกู้ทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก ทิกทอก และไลน์ รวมกว่า 500 เคส มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท รวมถึงการหลอกให้รับรางวัล มรดก หรือเงินช่วยเหลือ ซึ่งแบ่งเป็นย่อยๆ เช่น การหลอกรับสินค้าฟรี บำเหน็จบำนาญ การชำระเงินเพื่อรับพัสดุ และการอ้างรับเงินภาษีที่ดินคืน

อันดับ 3: การหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น

รูปแบบการหลอกลวงอันดับ 3 คือ การหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีจำนวน 2,415 เคส หน่วยงานที่มักถูกนำมาแอบอ้างบ่อยที่สุด ได้แก่

  1. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า มี 234 เคส มูลค่าความเสียหายเกือบ 25 ล้านบาท
  2. เจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ปปง. หรือ DSI มี 133 เคส มูลค่าความเสียหายเกือบ 37 ล้านบาท
  3. เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง มี 128 เคส มูลค่าความเสียหายกว่า 49 ล้านบาท
  4. เจ้าหน้าที่ธนาคาร มี 85 เคส มูลค่าความเสียหายกว่า 18 ล้านบาท

คำเตือนจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ออกคำเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารทางโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้ช่องทางนี้เป็นหลักในการหลอกลวง รวมถึงการรับสายโทรศัพท์จากบุคคลไม่รู้จักที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานต่างๆ ควรตรวจสอบกับต้นสังกัดที่ถูกแอบอ้างทุกครั้งก่อนดำเนินการใดๆ เช่นเดียวกับการรับสายจากผู้ที่อ้างเป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จักเพื่อขอยืมเงินหรือทำธุรกรรม ควรตรวจสอบกลับไปทางบุคคลเหล่านั้นก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อ