กัมพูชาเดินหน้าปราบปรามสแกมเมอร์ด้วยกฎหมายฉบับใหม่ โทษหนักจำคุกสูงสุด 20 ปี
รัฐสภากัมพูชาได้ลงมติผ่านกฎหมายปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์ฉบับแรกของประเทศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมความเข้มข้นในการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วประเทศ และป้องกันไม่ให้กลับมาดำเนินการอีกในอนาคต
รายละเอียดโทษที่เพิ่มความรุนแรง
กฎหมายฉบับนี้กำหนดโทษที่แตกต่างกันตามระดับความรุนแรงของการกระทำผิด สำหรับผู้กระทำผิดทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ จะต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ถึง 5 ปี และปรับสูงสุด 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.5 ล้านบาท
หากเป็นการกระทำที่เป็นขบวนการหรือมีเหยื่อจำนวนมาก โทษอาจเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับถึง 250,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 ล้านบาท ขณะที่หัวหน้าขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การกักขัง หรือการทรมานเหยื่อ อาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับสูงสุด 500,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 18 ล้านบาท
ขอบเขตการบังคับใช้ที่ครอบคลุม
นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน การรวบรวมข้อมูลเหยื่อ และการชักชวนบุคคลเข้าสู่เครือข่ายสแกมเมอร์ โดยนายเกิต ริธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา เปรียบกฎหมายฉบับนี้ว่าเข้มงวดเหมือนตาข่าย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาอีกต่อไป
เขายังชี้ให้เห็นว่าปัญหาสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนของประเทศ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้
ขั้นตอนต่อไปก่อนมีผลบังคับใช้
หลังจากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว กฎหมายจะถูกส่งต่อให้กษัตริย์กัมพูชาลงพระปรมาภิไธยก่อนจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ กัมพูชายังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับจัดการกับสแกมออนไลน์ โดยต้องอาศัยกฎหมายอื่นๆ เช่น การฉ้อโกงและการฟอกเงิน ในการดำเนินคดีแทน
การผ่านกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาค และอาจเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาคล้ายคลึงกัน



