ไทยร่วมมือนานาชาติสกัดเครือข่ายสแกมข้ามชาติ ปิดบัญชีมิจฉาชีพกว่า 150,000 บัญชี
รัฐบาลไทยได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างแข็งขันในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ในการดำเนินการครั้งสำคัญที่กรุงเทพมหานคร
ปฏิบัติการร่วมสกัดกั้นอาชญากรรมดิจิทัล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) หน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ Scam Center Strike Force) และบริษัท Meta รวมถึงพันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมายจาก 10 ประเทศทั่วโลก ดำเนินปฏิบัติการ “สัปดาห์ปฏิบัติการสกัดกั้นร่วม” ครั้งที่ 2
ปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติที่ดำเนินการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่นๆ โดยเน้นการรื้อถอนขบวนการที่จัดตั้งอย่างเป็นระบบ
ผลสำเร็จที่โดดเด่นจากการร่วมมือ
จากการดำเนินการร่วมกัน ทำให้สามารถปิดใช้งานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ได้มากกว่า 150,000 บัญชี บนแพลตฟอร์มต่างๆ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้รับยังช่วยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 21 ราย
การสืบสวนขยายผลยังพบว่า หนึ่งในเครือข่ายผู้ต้องหามีการหลอกลวงคนไทยไปทำงานในศูนย์หลอกลวงตามแนวชายแดนมากกว่า 300 ราย ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหานี้
ความต่อเนื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ รวมถึงความร่วมมือกับภาคเทคโนโลยีอย่าง LINE ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน
นี่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของความร่วมมือในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่สามารถลบบัญชี เพจ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้กว่า 59,000 รายการ และนำไปสู่การออกหมายจับ 6 หมาย
แนวนโยบายของรัฐบาลไทย
รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ โดยจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภาคเอกชนด้านเทคโนโลยี
เป้าหมายคือการยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างความปลอดภัยในโลกดิจิทัลให้กับประชาชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะยาว
ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน



