พายุฤดูร้อนถล่ม 5 จังหวัดอีสาน บ้านเรือนเสียหายกว่า 200 หลัง
พายุฤดูร้อนถล่ม 5 จังหวัดอีสาน บ้านเรือนเสียหาย 200 หลัง

พายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ 5 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 200 หลัง ต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้าเป็นบริเวณกว้าง หน่วยงานท้องถิ่นระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และอุดรธานี โดยเฉพาะในอำเภอเมืองขอนแก่น มีรายงานบ้านเรือนเสียหายมากกว่า 80 หลัง หลังคาปลิวว่อน ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับบ้านเรือนและรถยนต์หลายคัน

นายสมชาย ใจดี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า "เราได้รับรายงานความเสียหายเบื้องต้นกว่า 200 หลังคาเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลบ้านเป็ด ตำบลท่าพระ และตำบลเมืองเก่า ซึ่งเป็นจุดที่พายุพัดผ่านอย่างรุนแรง"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค

พายุยังทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครขอนแก่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งซ่อมแซมระบบสายส่ง แต่คาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงจึงจะกลับมาใช้การได้ปกติ นอกจากนี้ยังมีรายงานน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนว่าพายุฤดูร้อนจะยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไปอีก 2-3 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า

การให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงาน

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจกจ่ายถุงยังชีพและวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนเบื้องต้นแล้วกว่า 500 ชุด ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สั่งการให้ทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาวรัตนา ทรัพย์ทวี หนึ่งในผู้ประสบภัยในอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่า "ไม่เคยเจอพายุแรงขนาดนี้มาก่อน หลังคาบ้านปลิวหายไปทั้งแผ่น ตอนนี้ต้องอาศัยอยู่กับญาติชั่วคราว อยากให้หน่วยงานช่วยเหลือโดยด่วน"

ข้อควรปฏิบัติและแนวทางป้องกัน

เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุ หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ทางการยังคงสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมในพื้นที่ห่างไกล