หมอวรงค์ คัมแบ็ก! เตรียมเข้าสภา 10 มี.ค. ย้ำจุดยืนอยู่ข้างประเทศไทย
หมอวรงค์ คัมแบ็ก เตรียมเข้าสภา 10 มี.ค. ย้ำจุดยืน (05.03.2026)

หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม คัมแบ็กวงการเมือง รับหนังสือรับรอง สส. พร้อมเตรียมเข้าสภา 10 มีนาคมนี้

ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อรับหนังสือรับรองการเป็น สส. อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ห่างหายจากบทบาททางการเมืองในรัฐสภามานานถึง 12 ปีเต็ม

ยอมรับต้องเจียมเนื้อเจียมตัว หลังพรรคได้มาเพียงเสียงเดียว

นายแพทย์วรงค์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอย่างเปิดเผยว่า "วันนี้ยอมรับว่าต้องเจียมเนื้อเจียมตัว" เนื่องจากพรรคไทยภักดีสามารถคว้าชัยชนะมาได้เพียงหนึ่งเสียงเท่านั้นในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เขาย้ำถึงความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง โดยกล่าวว่า "ตนยืนยันว่าจะยืนอยู่ข้างประเทศไทย อะไรที่เป็นประโยชน์ของชาติตนจะยืนตรงนั้น"

กำหนดเข้าสภา 10 มีนาคม ไม่ถือฤกษ์งามยามดี แต่เลือกวันสะดวก

สำหรับการเข้าสู่รัฐสภาอย่างเป็นทางการนั้น นายแพทย์วรงค์เปิดเผยว่าได้กำหนดวันรายงานตัวในวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยอธิบายว่าไม่ได้เลือกวันนี้เพราะถือฤกษ์งามยามดีใดๆ แต่เป็นเพราะ "ฤกษ์ของตน คือฤกษ์สะดวก" เนื่องจากในวันอื่นๆ อาจมีพรรคการเมืองใหญ่รายงานตัวจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียเวลารอนานเกินไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยังไม่ตัดสินใจฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน รอประกาศจุดยืนในสภา

หนึ่งในประเด็นร้อนแรงที่หลายฝ่ายจับตาคือการตัดสินใจของนายแพทย์วรงค์ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เขาได้ตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนว่า "การตัดสินใจว่าจะอยู่ฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านนั้น ตนขอแสดงจุดยืน ในวันที่ 10 มีนาคมที่จะเข้าไปรายงานตัว" ซึ่งหมายความว่ายังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการในวันดังกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายแพทย์วรงค์ยังได้ฝากข้อความถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ให้ความไว้วางใจเลือกเขามาด้วยว่า "สิ่งที่ได้มานั้นตนจะทำเพื่อประโยชน์อย่างเต็มกำลัง" พร้อมทั้งขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับในการกลับมาทำหน้าที่ทางการเมืองอีกครั้งหลังจากที่ต้องห่างหายไปเป็นเวลานานกว่า 1 ทศวรรษ

การคัมแบ็กของนายแพทย์วรงค์ในครั้งนี้ถูกจับตามองจากแวดวงการเมืองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประสบการณ์และแนวทางทางการเมืองที่เขานำเสนออาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจในรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เสียงข้างมากมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด