รอง ผบช.ภ.1 เร่งประชุมคลี่คลายคดีหนุ่มดับในร้านตัดผม ชี้ปมชู้สาวเป็นมูลเหตุ
รอง ผบช.ภ.1 เร่งประชุมคดีหนุ่มดับร้านตัดผม ชี้ปมชู้สาว (18.04.2026)

รอง ผบช.ภ.1 เร่งประชุมทีมสอบสวน คดีหนุ่ม 26 ปี ดับในร้านตัดผม ชี้ปมชู้สาวเป็นมูลเหตุหลัก

เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ณ สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 1 ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับทีมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งคลี่คลายคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในร้านตัดผมแห่งหนึ่งในพื้นที่อัมพรไพศาล ตำบลบางพูด จังหวัดนนทบุรี

รายละเอียดการประชุมและความคืบหน้าของคดี

การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมสำคัญหลายท่าน ประกอบด้วย พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด พ.ต.อ.เรศวร วายุเวช ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวนภาค 1 พ.ต.ท.บุญยวัฒน์ ศรีเลิศวรกุล รองผู้กำกับการฝ่ายสอบสวน และ พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด โดยใช้เวลาในการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์กรณีที่นายจีราวัฒน์ รัตนาวิมานทิพย์ อายุ 59 ปี เจ้าของร้านตัดผม ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุอุกฉกรรจ์ฆ่านายฐิติ กอบทรัพย์เจริญ อายุ 26 ปี ด้วยการใช้สากกระเบือกระหน่ำทุบศีรษะจนเสียชีวิตภายในร้าน

หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.อรรถพล ได้เปิดเผยว่า คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสำนวนคดีอย่างละเอียด และได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมทั้งสั่งการให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือก่อนเกิดเหตุ เพื่อหาข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การรวบรวมพยานหลักฐานและมูลเหตุจูงใจ

สำหรับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทางพนักงานสอบสวนได้จัดทำแผนที่เกิดเหตุและรวบรวมหลักฐานสำคัญต่างๆ ไว้แล้ว รวมถึงมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้ว่าขณะเกิดเหตุมีใครอยู่ที่สถานที่และทำอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการสอบสวน

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้เร่งรัดการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุภายในบ้านของผู้ต้องหา โดยมุ่งเน้นการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น การตรวจหาดีเอ็นเอหรือลายนิ้วมือบนอาวุธ เพื่อระบุตัวผู้ที่ใช้อาวุธดังกล่าว และพิสูจน์ว่าการเสียชีวิตเกิดจากการรุมทำร้ายหรือเป็นการต่อสู้กันโดยสมัครใจ

พล.ต.ต.อรรถพล ยังได้เน้นย้ำว่า ผู้ต้องหายังมีสิทธิ์ให้การตามกระบวนการยุติธรรม แต่ทางพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนต้องทำงานอย่างรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐานจากทุกด้าน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาอย่างเป็นกลาง

มูลเหตุจูงใจเบื้องต้นและประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม

ในส่วนของมูลเหตุจูงใจเบื้องต้น พล.ต.ต.อรรถพล เปิดเผยว่า มีข้อมูลชี้ไปที่เรื่องชู้สาว ซึ่งเป็นปมขัดแย้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ระหว่างผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบประวัติการสื่อสารผ่านโทรศัพท์อย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีการติดต่อกันอย่างไรก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะเดินทางเข้ามาในร้านตัดผม

สำหรับประเด็นการยืมเงิน ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ทางพนักงานสอบสวนต้องพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลนี้เพิ่มเติม เนื่องจากผู้ต้องหาอาจให้การเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ส่วนอาวุธมีดที่พบในที่เกิดเหตุ ทางฝ่ายสืบสวนได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อดูว่าผู้เสียชีวิตได้พกพาอาวุธมีดมาด้วยหรือไม่ หรืออาวุธดังกล่าวอาจอยู่ในร้านตัดผมอยู่แล้ว ซึ่งต้องอาศัยการสอบสวนพยานและหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน

ท้ายที่สุด พล.ต.ต.อรรถพล กล่าวสรุปว่า ได้สั่งการให้มีการสอบสวนพยานทุกปากอย่างเคร่งครัด แม้ว่าพยานบางรายจะอยู่ต่างประเทศก็ตาม เพื่อให้ได้ความจริงที่ครบถ้วนในทุกมิติและนำคดีนี้ไปสู่ความยุติธรรมโดยเร็วที่สุด