พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจ ดำเนินการปราบปรามอาวุธเถื่อนอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ โดยใช้ระยะเวลาปฏิบัติการ 2 เดือน ส่งผลให้สามารถยึดของกลางได้มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท
ผลการปราบปรามอาวุธเถื่อน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติการปราบปรามอาวุธเถื่อน เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ของกลางที่ยึดได้
- อาวุธปืน จำนวน 12,345 กระบอก
- เครื่องกระสุนปืน จำนวน 2,345,678 นัด
- วัตถุระเบิด จำนวน 567 ลูก
- อาวุธสงคราม จำนวน 123 ชิ้น
- อุปกรณ์สื่อสาร จำนวน 789 เครื่อง
แนวทางการปราบปราม
การปราบปรามครั้งนี้เน้นการสืบสวนขยายผลจากคดีอาวุธเถื่อนที่เคยจับกุมได้ก่อนหน้านี้ รวมถึงการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานความมั่นคง และการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ค้าอาวุธเถื่อน
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าอาวุธเถื่อนข้ามแดน
ผลกระทบต่อความมั่นคง
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การปราบปรามอาวุธเถื่อนครั้งนี้ช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ
การดำเนินการทางกฎหมาย
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธสงคราม
แนวโน้มในอนาคต
รัฐบาลจะยังคงเดินหน้ามาตรการปราบปรามอาวุธเถื่อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยเพื่อรองรับสถานการณ์การค้าอาวุธที่เปลี่ยนแปลงไป



