ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งนัดแถลงด้วยวาจา คำวินิจฉัยในคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) กรณีความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ หลังจากที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลา 09.30 น. ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 4 อาคารศาลรัฐธรรมนูญ
รายละเอียดคำร้อง
คำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีข้อโต้แย้งว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ซึ่งกำหนดให้ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณด้วยข้อความที่ถูกต้องครบถ้วน โดยต่อมามีการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง นายกรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที ซึ่งจะส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และอาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการดำเนินนโยบายต่างๆ
- การพิจารณาคดีนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมทางรัฐธรรมนูญ
- ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับสถานะของนักการเมือง
- คำวินิจฉัยของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดและมีผลผูกพันทุกองค์กร
ทั้งนี้ การนัดแถลงคำวินิจฉัยในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ จะเป็นที่จับตาของประชาชนและนักลงทุน เนื่องจากผลของคำวินิจฉัยอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ คดีนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของกระบวนการถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเข้ารับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี



