5 เรื่องควรรู้ก่อนพิชิตถ้ำพระยานคร ปี 2569: ช่วงเวลาแสงส่องสว่างและประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ถ้ำพระยานคร ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามระดับโลกจากปรากฏการณ์แสงส่องพลับพลาเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ พลับพลาจตุรมุขที่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด สำหรับผู้ที่วางแผนไปเยือนในปี 2569 จำเป็นต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ถ้ำธรรมดา แต่ต้องอาศัยทั้งจังหวะเวลาที่ถูกต้องและกำลังกายที่พร้อม
ประวัติศาสตร์และที่มาของชื่อถ้ำพระยานคร
ชื่อ ถ้ำพระยานคร มีที่มาจาก พระยานคร เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (คาดว่าเป็นสมัยรัชกาลที่ 1) ซึ่งระหว่างล่องเรือเข้ากรุงเทพฯ ได้เกิดพายุใหญ่จนต้องนำเรือเข้ามาหลบคลื่นลมที่หาดบางปู และค้นพบถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามแปลกตาแห่งนี้ จึงเรียกขานกันต่อมาว่า ถ้ำพระยานคร
พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์: หัวใจสำคัญกลางถ้ำ
จุดเด่นที่สุดของถ้ำพระยานครคือ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ซึ่งเป็นพลับพลาไม้จตุรมุขที่ตั้งอยู่อย่างสง่างามบนกองเนินทรายกลางถ้ำ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อปี พ.ศ. 2433 โดยมีประวัติสำคัญคือ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำเครื่องบนที่กรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบในถ้ำ มีพระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงาน และรัชกาลที่ 5 เสด็จมาทรงยกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง พร้อมจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ไว้ที่ผนังถ้ำด้านทิศเหนือ ซึ่งยังคงปรากฏชัดเจนจนถึงปัจจุบัน
พระมหากษัตริย์ไทยที่เคยเสด็จประพาส
ถ้ำพระยานครเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์ไทยถึง 3 พระองค์เคยเสด็จประพาส ได้แก่
- รัชกาลที่ 5: เสด็จประพาสถึง 4 ครั้ง และสร้างพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์
- รัชกาลที่ 7: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสและทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร. ไว้ที่ผนังถ้ำ
- รัชกาลที่ 9: พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จประพาสเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2524
ช่วงเวลาแสงส่องสว่างสวยที่สุด
ไฮไลต์สำคัญของการมาเยือนถ้ำพระยานคร คือการชมแสงอาทิตย์ส่องลงมากระทบ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ช่วงเวลาที่เหมาะ ดังนี้
- ช่วงเดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคม: ท้องฟ้าเปิดโอกาสเห็นแสงชัดเจนที่สุด
- เวลาทอง: แสงจะลงมาตั้งฉากสวยงามที่สุดในช่วงเวลา 10.30 - 11.30 น.
- ควรไปถึงหาดบางปูไม่เกิน 09.00 น. เพื่อเผื่อเวลาเดินทางเข้าถ้ำ
ข้อมูลการเปิด-ปิดและวิธีเดินทางปี 2569
เปิดให้บริการ: ทุกวัน เวลา 08.00 น. – 15.30 น. (แนะนำให้เดินทางไปถึงก่อนเวลา 15.00 น. เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินเท้าขึ้นเขา และเรือหางยาวจะหยุดให้บริการในช่วงเย็นเพื่อความปลอดภัย)
วิธีเดินทาง: การไปถ้ำพระยานครต้องผ่าน 2 ด่านหลัก คือจาก หาดบางปู ไปยัง หาดแหลมศาลา (จุดพักก่อนขึ้นถ้ำ)
- ทางเรือ: เหมาเรือหางยาวอ้อมเขา (ราคาประมาณ 400 บาท/ลำ นั่งได้ 6-8 คน) ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที สะดวกและได้ชมวิวทะเล
- ทางเท้า (ข้ามเขาเทียน): ระยะทางประมาณ 500 เมตร ทางชันปานกลาง เหมาะสำหรับสายลุยที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและชมธรรมชาติ
จากหาดแหลมศาลาขึ้นสู่ถ้ำ: ต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 430 เมตร เป็นทางบันไดหินชันสลับราบ ควรเตรียมรองเท้าที่ยึดเกาะได้ดี
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเข้าถ้ำพระยานคร
- เครื่องแต่งกาย: กางเกงที่คล่องตัว รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า (ไม่แนะนำรองเท้าแตะ)
- น้ำดื่ม: ควรพกติดตัวอย่างน้อย 1 ขวด เพราะระหว่างทางขึ้นถ้ำไม่มีจุดขายน้ำ
- ยาสามัญ: ยาดมหรือสเปรย์กันแมลง (บางช่วงอาจมียุงป่า)
- ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ: เตรียมเงินสดหรือชำระผ่านแอปพลิเคชัน (ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศอุทยานฯ) (ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท)
5 เรื่องควรรู้ก่อนไปพิชิตถ้ำพระยานคร 2569
- รองเท้าคือหัวใจสำคัญ: ไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าแฟชั่นพื้นเรียบ เพราะหินบางช่วงมีความลื่นและแหลมคม ควรใช้รองเท้าผ้าใบที่มีดอกยางดีหรือรองเท้าสำหรับเดินป่าโดยเฉพาะ
- ระวังลิงเจ้าถิ่น: ระหว่างทางและบริเวณหาดมีลิงแสมอาศัยอยู่มาก ห้ามให้อาหารและควรเก็บสิ่งของมีค่ารวมถึงอาหารไว้ในกระเป๋าที่มิดชิดเพื่อป้องกันการแย่งชิง
- การจัดการน้ำดื่ม: ควรพกน้ำดื่มติดตัวไปอย่างน้อยคนละ 1 ขวด แต่ต้องรักษาความสะอาดและนำขวดพลาสติกกลับลงมาทิ้งด้านล่างทุกครั้งตามนโยบายอุทยานฯ
- เวลาที่เหมาะสม: แสงจะลอดช่องเขาลงมากระทบพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์สวยที่สุดในช่วงเวลา 10.30 - 11.30 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) หากไปช้ากว่านั้นแสงจะเริ่มเคลื่อนออกจากจุดสำคัญ
- การเดินทางข้ามหาด: หากเลือกนั่งเรืออ้อมเขา (กรณีคลื่นลมสงบ) ควรระวังเรื่องเปียกน้ำขณะขึ้น-ลงเรือ และควรตรวจสอบสภาพอากาศกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง
ถ้ำพระยานครไม่ใช่เพียงจุดเช็กอินเพื่อถ่ายรูปสวยงามเท่านั้น แต่คือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ที่บอกเล่าเรื่องราวความผูกพันของบูรพกษัตริย์ไทยกับแผ่นดิน การเดินทางที่ต้องผ่านทั้งทางเรือและทางเท้าขึ้นเขากว่า 500 เมตร เปรียบเสมือนการทดสอบศรัทธา เพื่อไปพบกับ แสงสว่าง ที่สวยงามที่สุดในชีวิต



