สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่า คืนวันที่ 14 ธันวาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 15 ธันวาคมนี้ จะเป็นคืนที่ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids) ตกในอัตราสูงสุด โดยคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงถึง 150 ดวงต่อชั่วโมง หากสภาพอากาศปลอดโปร่ง ไร้เมฆฝน ประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศไทยสามารถมองเห็นฝนดาวตกนี้ได้ด้วยตาเปล่า
จุดกำเนิดและความพิเศษของฝนดาวตกเจมินิดส์
ฝนดาวตกเจมินิดส์เกิดจากเศษซากของดาวเคราะห์น้อย 3200 Phaethon ที่โคจรผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อวินาที ทำให้เกิดแสงวาบขึ้นบนท้องฟ้า จุดเด่นของฝนดาวตกเจมินิดส์คือมีสีสันสวยงาม ตั้งแต่สีขาว เหลือง เขียว และแดง เนื่องจากองค์ประกอบของเศษหินที่มีแร่ธาตุต่างกัน
ตามข้อมูลขององค์การนาซา ฝนดาวตกเจมินิดส์ถือเป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่ดีที่สุดแห่งปี เนื่องจากมีอัตราการตกที่สูงและมักให้ลูกไฟขนาดใหญ่ (fireballs) ที่สว่างมาก โดยในปีนี้คาดว่าอัตราการตกจะสูงถึง 120-150 ดวงต่อชั่วโมงในพื้นที่ที่ไม่มีมลพิษทางแสง
วิธีการสังเกตฝนดาวตกเจมินิดส์
สดร. แนะนำให้ผู้สนใจเลือกจุดสังเกตที่มืดสนิท ห่างจากแสงไฟเมือง และควรนอนราบหรือนั่งเอนหลังเพื่อให้เห็นท้องฟ้ากว้างที่สุด ไม่จำเป็นต้องมองไปที่จุดศูนย์กลางการกระจาย (radiant) ซึ่งอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) แต่สามารถมองได้ทั่วท้องฟ้า เพราะฝนดาวตกจะกระจายตัวไปทุกทิศทาง
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสังเกตคือตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้า ทำให้ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงจันทร์รบกวน อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น เสื่อ ผ้าห่ม เก้าอี้เอนนอน และเสื้อกันหนาว เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูหนาว อากาศอาจหนาวเย็น
สภาพอากาศและการคาดการณ์
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงคืนวันที่ 14 ถึงเช้าวันที่ 15 ธันวาคม หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีเมฆบางส่วนถึงมีเมฆเป็นบางส่วน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอาจมีหมอกในตอนเช้า ซึ่งอาจบดบังการมองเห็นฝนดาวตกบางส่วน อย่างไรก็ตาม ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีโอกาสที่ฟ้าจะเปิดมากกว่า
สดร. ยังได้จัดกิจกรรมดูดาวออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โดยจะมีการถ่ายทอดสดจากหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดนครราชสีมา และหอดูดาวภูมิภาคอื่นๆ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป
นับถอยหลังสู่ฝนดาวตกครั้งต่อไป
ฝนดาวตกเจมินิดส์เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงกลางเดือนธันวาคม สำหรับผู้ที่พลาดชมในปีนี้ ยังมีโอกาสชมฝนดาวตกครั้งสำคัญอื่นๆ ในปีหน้า เช่น ฝนดาวตกควอแดรนติดส์ (Quadrantids) ในเดือนมกราคม และฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids) ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่รอคอยของนักดูดาว



