AirAsia X ปรับขึ้นราคาตั๋ว-ลดเที่ยวบิน 10% รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
AirAsia X ขึ้นราคาตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือสงคราม

AirAsia X ปรับกลยุทธ์รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ขึ้นราคาตั๋ว-ลดเที่ยวบิน 10%

สายการบินราคาประหยัดรายใหญ่ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (AirAsia X) ประกาศปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง โดยเริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารและลดจำนวนเที่ยวบินลงประมาณ 10% ของเที่ยวบินทั้งหมด หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจากเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การปรับขึ้นราคาตั๋วและลดเที่ยวบินเป็นมาตรการจำเป็น

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้ก่อตั้งแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ระบุว่าการขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินเป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากบริษัทต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดการปะทะระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซและกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก สายการบินจึงจำเป็นต้องลดเที่ยวบินลงในเส้นทางที่ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้

มาตรการบรรเทาผลกระทบและแผนขยายธุรกิจ

อแมนดา วู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชี้แจงว่าบริษัทพยายามกระจายการดำเนินงานไปยังเส้นทางกว่า 150 จุดหมายปลายทางใน 25 ประเทศ ที่ยังสามารถทำกำไรครอบคลุมค่าธรรมเนียมน้ำมันได้ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยลดภาระผู้โดยสาร เช่น การปรับลดค่าธรรมเนียมสัมภาระเช็คอิน เพื่อจูงใจผู้เดินทางแม้ในสถานการณ์วิกฤต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แม้จะเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตหลังจากเพิ่งฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัททำกำไรได้ถึง 1.96 พันล้านริงกิต แต่ทางสายการบินยืนยันว่าแผนการเปิดศูนย์กลางการบินแห่งใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ ประเทศบาห์เรน รวมถึงการขยายโครงข่ายเส้นทางบินนอกอาเซียน ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิมในเดือนมิถุนายนนี้

ความท้าทายและความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการ

นายจามาลูดิน อิบราฮิม ประธานกรรมการอิสระของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวปิดท้ายว่า "หลังจากที่เราเพิ่งผ่านบทเรียนที่ยากลำบากมาได้ และกำลังจะเริ่มทะยานขึ้นอย่างเต็มตัวในปี 2025 เรากลับต้องมาเผชิญกับวิกฤตครั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นความท้าทายโดยตรงต่อต้นทุนและผลกำไร แต่เรายังเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในปี 2026 นี้จะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ หากวิกฤตไม่ยืดเยื้อจนเกินไป"

การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่มีต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยเฉพาะในด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาตั๋วและบริการของผู้โดยสารในระยะต่อไป