Binance TH เปิดรายงานฉบับเต็ม เผยตลาดคริปโตฯ ปี 2026 เข้าสู่ยุคยั่งยืน พร้อม 12 ธีมกำหนดทิศทาง
Binance TH ได้เปิดเผยรายงาน "Full-Year 2025 & Themes for 2026" ซึ่งให้ภาพรวมอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีในปีที่ผ่านมา และคาดการณ์แนวโน้มสำคัญสำหรับปี 2026 โดยชี้ว่าตลาดกำลังปิดฉากยุคข้อมูลล้นตลาดที่เต็มไปด้วยความขุ่นมัว และจะเข้าสู่รอบใหม่ที่เติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้น
ภาพตลาดคริปโตฯ ปี 2025: จากความขุ่นมัวสู่การล้างกระดาน
รายงานระบุว่าปี 2025 ตลาดคริปโตฯ เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาลที่นำไปสู่การลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ในปี 2026 ตลาดจะเปลี่ยนผ่านสู่โหมดล้างกระดานความเสี่ยงใหม่ โดยเน้นการเติบโตแบบยั่งยืน (Sustain) และเป็นการเริ่มต้นใหม่ของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเต็มรูปแบบ
นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Binance TH และ ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ Binance TH Academy เป็นผู้นำเสนอรายงานฉบับนี้ พร้อมอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อตลาดคริปโตฯ
นิรันดร์ กล่าวว่า "สงครามที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็น Black Swan Event ที่สร้างความไม่แน่นอนสูง แต่ตลาดตอบสนองไม่รุนแรงนัก บิตคอยน์กระโดดขึ้นเหนือ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำลาย Trading Range เดิมที่ 60,000 กว่าๆ"
12 ธีมหลักกำหนดทิศทางตลาดคริปโตฯ ในปี 2026
รายงานของ Binance TH ได้สรุป 12 ธีมที่น่าจับตาและจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดคริปโตฯ ในปี 2026 ดังนี้
- Policy-Driven Markets: ตลาดจะขับเคลื่อนด้วยนโยบายและคำสั่งฝ่ายบริหารมากกว่ารอบวัฏจักรปกติ ราคาสินทรัพย์สะท้อนการอัดฉีดสภาพคล่องและการแทรกแซงจากภาครัฐ
- Energy Displacement: เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานขุดบิตคอยน์ไปสู่ศูนย์ข้อมูล AI โดย AI Data Centers จะได้รับลำดับความสำคัญในการใช้พลังงานมากกว่า
- Crypto Policy: กฎระเบียบเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมทั่วโลก เช่น GENIUS Act ในสหรัฐฯ และ MiCA ในยุโรป ซึ่งจะสร้างความชัดเจนและเปลี่ยนจากอุปสรรคเป็นเกราะป้องกัน
- Institutional Rails: สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เริ่มเปิดทางให้ลูกค้าเข้าถึง Crypto ETF และขยายไปสู่พอร์ตเกษียณอายุ 401(k)
- Stablecoins: Stablecoin จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในชีวิตประจำวัน ผ่านแอปพลิเคชันสไตล์ Neobank ที่ช่วยให้เข้าถึงบล็อกเชนได้ง่ายขึ้น
- Tokenization: การนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาอยู่ในรูปแบบโทเคนจะเปลี่ยนจากการออกเหรียญไปสู่การใช้งานจริงในกระบวนการทำงาน เช่น พันธบัตรรัฐบาล
- Corporate Treasuries: กลยุทธ์การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลขององค์กรจะเปลี่ยนจากเน้นเก็งกำไรไปสู่การบริหารงบดุลที่ยั่งยืนและรักษาสภาพคล่อง
- DEX Derivatives: ส่วนแบ่งการตลาดของกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์จะเพิ่มขึ้นถึง 20% จากแรงผลักดันการเทรดสัญญาอนุพันธ์และการรวมระบบกู้ยืม
- Privacy Tech: เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวจะเปลี่ยนจากเรื่องเฉพาะกลุ่มมาเป็นข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับสถาบันและองค์กรเพื่อความปลอดภัยข้อมูล
- Prediction Markets: ตลาดคาดการณ์อนาคตจะเติบโตขึ้น โดยมีปริมาณการเทรดพุ่งสูงและนำ AI Agents เข้ามาช่วยตัดสินใจ
- Value Capture: คุณค่าจะถูกย้ายจากโครงสร้างพื้นฐานขึ้นไปสู่แอปพลิเคชันมากขึ้น โดยแอปฯ ที่มีฐานผู้ใช้แข็งแกร่งจะสร้างรายได้ได้มากกว่า
- Flight to Quality: เงินทุนจะไหลไปสู่สินทรัพย์ที่มีคุณภาพสูง บิตคอยน์ยังคงความเป็นผู้นำ โปรโตคอลที่อยู่รอดคือกลุ่มที่มีการใช้งานจริงและรายได้จับต้องได้
ทิศทางตลาดคริปโตฯ ในประเทศไทย
Binance TH ยังกล่าวถึงทิศทางตลาดประเทศไทย โดยระบุว่าภาพของไทยชัดเจนและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) มีแผนยุทธศาสตร์ปี 2026 ที่ชัดเจนที่จะยกระดับคริปโตฯ ให้เป็น Asset Class ที่แนะนำให้ลงทุนได้
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเกณฑ์สำหรับ Crypto ETF และการซื้อขายล่วงหน้าในตลาดอนุพันธ์ (TFEX) พร้อมกับโปรเจกต์สำคัญอย่างการทำ Tokenization พันธบัตรและกองทุนรวม
สำหรับความคืบหน้าของ TH Stablecoin Binance TH ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและ กลต. อย่างต่อเนื่องเพื่อหา Use Case ที่เหมาะสม โดยโครงการนี้มีเป้าหมายหลักคือการใช้เพื่อการโอนเงินระหว่างประเทศที่รวดเร็วภายใน 1 นาที และสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ทั้งสองฝั่ง
รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี โดยเน้นความยั่งยืน การกำกับดูแลที่ชัดเจน และการขยายตัวของเทคโนโลยีบล็อกเชนสู่ภาคส่วนต่างๆ อย่างกว้างขวาง



