ไมโครซอฟท์ ลงทุน 3.6 หมื่นล้านบาทในไทย สานต่อดีลเดิม ดัน AI-Data Center เต็มระบบ
ไมโครซอฟท์ ลงทุน 3.6 หมื่นล้านบาทในไทย ดัน AI-Data Center

ไมโครซอฟท์ ประกาศแผนลงทุน 3.6 หมื่นล้านบาทในไทย สานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

แบรด สมิธ รองประธานและประธานไมโครซอฟท์ เข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3.6 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2569-2571 เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในประเทศไทย การลงทุนนี้สานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่ลงนามร่วมกับรัฐบาลไทยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 และต่อเนื่องจากการเยือนไทยของ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ ในปี 2567 ซึ่งนำมาสู่แผนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และการอัปสกิลคนไทยแล้วกว่า 2,000,000 คน

การลงทุนครอบคลุม 3 แกนหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

เม็ดเงินลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์จะถูกใช้ใน 3 แกนหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงดิจิทัล และการพัฒนาทักษะด้าน AI

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure): หัวใจของการลงทุนรอบนี้คือการสร้าง Data Center และ Cloud Region ในประเทศไทย โดยไทยจะมีศูนย์ข้อมูลระดับ Hyperscale รองรับบริการอย่าง Azure, AI Services, Copilot ทำให้องค์กรไทยทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถรัน AI ในประเทศได้โดยตรง ลดการพึ่งพาต่างชาติ ลดความเสี่ยงด้าน Data Privacy และ Compliance เน้นมาตรฐานความปลอดภัยและการใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้ไทยมี Digital Infrastructure เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว
  2. ความมั่นคงดิจิทัล (Digital Trust & Sovereignty): การมี Data Center ในประเทศทำให้ไทยมีอธิปไตยข้อมูล (Digital Sovereignty) สามารถกำหนดได้ว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน ใครเข้าถึงได้ ภายใต้กฎหมายของไทย ไมโครซอฟท์จะสนับสนุนกรอบกฎหมายและการกำกับ AI วาง Framework การใช้ AI อย่างรับผิดชอบ (Responsible AI) สนับสนุน Cybersecurity รวมถึงการพัฒนาโซลูชันอย่าง TH2OECD บน Azure OpenAI เพื่อยกระดับการวิเคราะห์กฎหมายไทย เทียบกับมาตรฐาน OECD ช่วยให้การปรับกฎหมายเร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น รองรับเป้าหมายไทยในการเข้า OECD
  3. คน (AI Skills): ในระดับภาคการศึกษา ไมโครซอฟท์ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนา NDLP (National Digital Learning Platform) ให้นักเรียนไทยผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้าใช้งานได้กว่า 600,000 คน ในระดับแรงงาน ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สร้างหลักสูตร AI ภาษาไทยมากกว่า 280 หลักสูตรผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training ตั้งเป้าเพิ่มแรงงานอีก 150,000 คนที่จะได้รับใบรับรอง โดยปัจจุบันคนไทยถูก Upskill ไปแล้ว 2,000,000 คน ผ่านโครงการอย่าง Microsoft Elevate

นายกฯ อนุทินฯ เน้นความสำคัญของการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า เราต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของเอเชีย การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ เราต้องมุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านดิจิทัลและ AI ที่เสริมให้เศรษฐกิจไทยพร้อมคว้าโอกาสจากอุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างศักยภาพให้คนไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างเต็มที่ การประกาศลงทุนของไมโครซอฟท์ในวันนี้เป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าสู่จุดมุ่งหมายนี้ และยังช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทยอีกด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แบรด สมิธ รองประธานกรรมการบริหารและประธานของไมโครซอฟท์ กล่าวว่า เทคโนโลยีคลาวด์และ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของชาติ ดังนั้น ทุกประเทศจึงต้องมีทั้งเทคโนโลยีระดับโลกและความรู้ความเข้าใจที่ช่วยให้สามารถสร้างประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้นได้ ไมโครซอฟท์มีความภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการสร้างระบบคลาวด์และ AI ที่มีความมั่นคงสูงผสมผสานทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ไว้วางใจได้ แพลตฟอร์มที่ปลอดภัย และทักษะที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้สามารถนำ AI มาใช้งานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้จริง และสร้างโอกาสในการทำงานไปพร้อมๆ กัน

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทยและตลาดใหม่ กล่าวเสริมว่า การนำความชาญฉลาดของ AI มาอยู่ในมือของคนไทยทุกคน จะเปิดโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และเติบโตในแนวทางของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ หรือหน่วยงานภาครัฐ ทุกคนต่างสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้จริง พลิกแนวทางการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสร้างโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และนำไปสู่การสร้างแต้มต่อในการแข่งขันให้กับประเทศไทย พร้อมปูทางไปสู่สังคมที่ดีกว่าสำหรับทุกคน