สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดการณ์ว่าการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ จะสามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐได้มากกว่า 40,000 ล้านบาท โดยคลื่นดังกล่าวเป็นหนึ่งในคลื่นหลักที่ใช้สำหรับให้บริการ 5G ในประเทศไทย
รายละเอียดการประมูลคลื่น 3500 MHz
การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz ครั้งนี้ จะมีการเปิดให้ประมูลทั้งหมด 2 ช่วงความถี่ โดยช่วงละ 100 MHz รวมเป็น 200 MHz ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในด้านธุรกิจ อุตสาหกรรม และการใช้งานทั่วไปของประชาชน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า การประมูลครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหม่และรายเดิมสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมูลอย่างน้อย 3 ราย
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรม
การนำคลื่น 3500 MHz มาใช้ให้บริการ 5G จะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความเร็วอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้น ความหน่วงต่ำ และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากขึ้น พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Internet of Things (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม
นายไตรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "การประมูลคลื่น 3500 MHz จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง 5G ในภูมิภาคอาเซียน"
กำหนดการและขั้นตอนการประมูล
กสทช. วางแผนเปิดให้ยื่นซองประมูลในเดือนเมษายน และจะดำเนินการประมูลในเดือนพฤษภาคม โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้:
- การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประมูล
- การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูล
- การยื่นซองประมูลและกำหนดราคาเริ่มต้น
- การประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ คาดว่าผู้ชนะการประมูลจะได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นระยะเวลา 15 ปี และสามารถเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2567



