การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อสนับสนุนระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งสำคัญ
กฟผ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี IoT เพื่อพัฒนาและติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์และระบบสื่อสารข้อมูลแบบเรียลไทม์บนโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยให้สามารถติดตามและควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ ลดการสูญเสียพลังงาน และเพิ่มความเสถียรของระบบไฟฟ้า
เป้าหมายการพัฒนา
ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม IoT ที่สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ บนโครงข่ายไฟฟ้า เช่น มิเตอร์อัจฉริยะ เซนเซอร์วัดแรงดันไฟฟ้า และระบบควบคุมอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการโหลดไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และลดต้นทุนการดำเนินงาน
ประโยชน์ต่อผู้ใช้ไฟฟ้า
การพัฒนา IoT ในระบบ Smart Grid จะช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตามการใช้พลังงานของตนเองแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังช่วยให้ กฟผ. สามารถให้บริการที่มีคุณภาพดีขึ้น เช่น การแจ้งเตือนเมื่อเกิดปัญหาหรือการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน
สนับสนุน Smart City
โครงข่าย IoT นี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในอนาคต โดยจะเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ เช่น ระบบจราจรอัจฉริยะ ระบบจัดการขยะ และระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับประชาชน
กฟผ. คาดว่าการพัฒนาโครงข่าย IoT ในระยะแรกจะครอบคลุมพื้นที่นำร่องในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศภายในปี 2570



