ฮ่องกงเตรียมออกกฎหมายกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลและ Stablecoin
ฮ่องกงเตรียมออกกฎหมายดูแลสกุลเงินดิจิทัลและ Stablecoin

ฮ่องกงเตรียมเสนอร่างกฎหมายกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลและเหรียญ Stablecoin ในปี 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดและป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

รายละเอียดของร่างกฎหมาย

นายคริสโตเฟอร์ ฮุย รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฮ่องกง เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ทุกรายต้องได้รับใบอนุญาตจากทางการ และต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามที่กำหนด นอกจากนี้ ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลและแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลก็จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเช่นกัน

ฮ่องกงกำลังพยายามสร้างตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการเงินดิจิทัลระดับโลก หลังจากที่จีนแผ่นดินใหญ่ได้ประกาศห้ามการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในปี 2564 การออกกฎหมายนี้จะช่วยสร้างกรอบการทำงานที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีในฮ่องกง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อตลาด

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ฮ่องกงได้เปิดให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 โดยมีบริษัทอย่าง OSL และ HashKey Group ที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการได้

นอกจากนี้ ฮ่องกงยังได้เปิดตัวระบบนำร่องสำหรับการออกเหรียญ Stablecoin โดยมีบริษัทการเงินรายใหญ่ เช่น Standard Chartered เข้าร่วมโครงการ คาดว่ากฎหมายใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตลาดสกุลเงินดิจิทัลของฮ่องกง และดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น

การตอบรับจากภาคเอกชน

นายอีวาน ชาน ประธานสมาคมฟินเทคฮ่องกง กล่าวว่า "กฎหมายนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรม เพราะจะช่วยลดความไม่แน่นอนและสร้างมาตรฐานที่ชัดเจน" อย่างไรก็ตาม เขายังเตือนว่า การกำกับดูแลที่เข้มงวดเกินไปอาจทำให้ธุรกิจบางส่วนย้ายไปยังประเทศที่มีกฎระเบียบผ่อนปรนกว่า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะที่นายจิมมี่ ลี ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านคริปโทเคอร์เรนซี กล่าวว่า "การออกกฎหมายครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าฮ่องกงจริงจังกับการเป็นศูนย์กลางทางการเงินดิจิทัล แต่ก็ต้องดูว่ากฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างไรในทางปฏิบัติ"

กำหนดการบังคับใช้

คาดว่าร่างกฎหมายจะถูกเสนอต่อสภานิติบัญญัติฮ่องกงในช่วงต้นปี 2568 และอาจมีผลบังคับใช้ภายในปลายปีเดียวกัน ทางการฮ่องกงจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนก่อนการประกาศใช้กฎหมายอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ฮ่องกงกำลังเดินหน้าสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการปกป้องนักลงทุน ซึ่งเป็นความท้าทายที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่เช่นกัน