3 เพื่อนซี้ผู้ก่อตั้ง Mercor เศรษฐีอายุน้อยที่สุดของโลกวัย 22 ปี
3 เพื่อนซี้ผู้ก่อตั้ง Mercor เศรษฐีอายุน้อยที่สุดของโลก

จุดเริ่มต้นของ Mercor สตาร์ทอัพ AI Recruit สู่การเป็นเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกวงการ สตาร์ทอัพหลายแห่งผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด บ้างก็ล้มเหลว แต่ก็มีมากมายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง หนึ่งในนั้นคือ Mercor สตาร์ทอัพ AI Recruit ที่ให้บริการแพลตฟอร์มคัดเลือกบุคลากรโดยใช้ AI ซึ่งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกต่างเลือกใช้บริการ สิ่งที่ทำให้ Mercor โดดเด่นไม่ใช่แค่การเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่คือการที่ผู้ก่อตั้งทั้งสามคน ได้แก่ Brendan Foody, Adarsh Hiremath และ Surya Midha กลายเป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียง 22 ปี หลังจากก่อตั้งบริษัทได้เพียงไม่กี่ปี

จากแนวคิดสู่ความสำเร็จ 3 เพื่อนซี้ผู้ก่อตั้ง Mercor

Mercor เกิดจากไอเดียของ Brendan Foody, Adarsh Hiremath และ Surya Midha ซึ่งเป็นสมาชิกของ Thiel Fellowship ทั้งสามคนตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในช่วงปีที่สองเพื่อมุ่งมั่นทำธุรกิจสตาร์ทอัพนี้อย่างเต็มตัว Brendan Foody และ Surya Midha กำลังศึกษาอยู่ที่ Georgetown University ขณะที่ Adarsh Hiremath ศึกษาอยู่ที่ Harvard University พวกเขาพบกันในงานแฮกกาธอนที่เซาเปาโล และเห็นช่องว่างในตลาดแรงงานที่บริษัทต่างๆ ต้องการวิศวกรฝีมือดี แต่ก็ยากที่จะหาได้ ในขณะที่วิศวกรในต่างประเทศก็ยากที่จะเข้าถึงบริษัทใหญ่ๆ

โมเดลธุรกิจที่แตกต่างของ Mercor

Mercor เกิดขึ้นด้วยโมเดลที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงบริษัทกับวิศวกรฝีมือดีจากต่างประเทศ โดยมีแพลตฟอร์มที่จัดการทุกอย่างตั้งแต่การคัดเลือก การสัมภาษณ์ ไปจนถึงการจ้างงาน และเก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายได้ สิ่งที่ทำให้ Mercor แตกต่างจากแพลตฟอร์มจัดหางานทั่วไปคือการนำ Human-in-the-Loop มาใช้ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ทนาย แพทย์ และนักการเงิน เข้ามามีบทบาทในการประเมิน ทดสอบ และสร้างข้อมูลสำหรับฝึกโมเดล AI ทำให้ระบบ AI มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Mercor

Mercor เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปี 2023 และภายในเวลาเพียง 9 เดือนก็สามารถสร้างรายได้ทะลุ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตนี้ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนในรอบ Seed ได้ถึง 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นก็ระดมทุนต่อเนื่องในรอบ Series A โดยมีนักลงทุนชื่อดังอย่าง Peter Thiel และ Jack Dorsey ร่วมลงทุน ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งสู่ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรอบ Series B ช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 มูลค่าบริษัททะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และล่าสุดในเดือนตุลาคมปี 2025 รอบ Series C ระดมทุนได้อีก 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งทะยานสู่ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ลูกค้ารายใหญ่และรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ผู้ใช้งาน Mercor มีทั้งบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ เช่น Meta, Amazon รวมถึงผู้เล่นในตลาด AI อย่าง OpenAI, Anthropic และ Google DeepMind รายได้ของ Mercor เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทเก็บค่าธรรมเนียมรายชั่วโมงจากลูกค้า ในเดือนกันยายนปี 2025 สตาร์ทอัพนี้เติบโตถึง 50% ต่อเดือน โดยมี Annual Revenue Run Rate อยู่ในระดับหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ ความสำเร็จนี้ส่งผลให้ทั้งสามผู้ก่อตั้งกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านในวัย 22 ปี โดยแต่ละคนมีความมั่งคั่งกว่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองแชมป์เศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก

อนาคตของ Mercor และ AI ที่ไม่มาแทนที่มนุษย์

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง Mercor ก็ถูกตั้งคำถามถึงประเด็นที่ว่าเทคโนโลยีของพวกเขาจะเข้ามาแทนที่มนุษย์มากขึ้นในยุค AI หรือไม่ แต่ผู้ก่อตั้งทั้งสามมองต่างออกไป โดยให้ความเห็นว่า Mercor กำลังช่วยทำให้งานจำนวนมากในระบบเศรษฐกิจเป็นอัตโนมัติ และยิ่งทำให้แรงงานมนุษย์มีมูลค่าสูงขึ้นในงานที่ยังจำเป็นต้องใช้มนุษย์ พวกเขามองว่า Mercor คือตัวช่วยที่จะระบุว่างานแบบไหนที่มนุษย์ควรทำในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI หรืองานไหนที่ AI ยังทำไม่ได้