ถอดรหัสความสำเร็จ Toyota Yaris ATIV ครองใจตลาดรถยนต์ไทย ทำยอดขายอันดับหนึ่ง
Toyota Yaris ATIV ยังคงเป็นรถยนต์ยอดนิยมในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Eco-Car และ B-Segment ซึ่งเห็นได้จากยอดขายในปี 2025 ที่ผ่านมาที่ทำได้สูงถึง 58,761 คัน ส่งผลให้รถรุ่นนี้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ฮีโร่ของโตโยต้า ที่ครองใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นที่ทำให้ Yaris ATIV ขายดี
จุดเด่นหลักของ Toyota Yaris ATIV ที่น่าสนใจคือความประหยัดน้ำมันที่ตอบโจทย์ยุคเศรษฐกิจ ด้วยขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตร ที่ปรับจูนมาเพื่อเน้นความประหยัดโดยเฉพาะ โดยให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23.3 กม./ลิตร นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อม Auto Brake Hold, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และหน้าจอรองรับ Apple CarPlay/Android Auto ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว
อีกปัจจัยสำคัญคือความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota ที่การันตีเรื่องความทนทาน เครื่องยนต์ไม่จุกจิก ศูนย์บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ อะไหล่หาง่าย และราคาขายต่อในตลาดมือสองค่อนข้างแข็งแรง ทำให้ Yaris ATIV เป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ สำหรับคนที่ต้องการรถคันแรกหรือรถครอบครัวที่เน้นใช้งานยาวๆ โดยไม่ต้องปวดหัวเรื่องการซ่อมบำรุง เรียกได้ว่าคุ้มค่า (Value for Money) อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด
ยอดจองซื้อรถโตโยต้าในงาน Motor Show 2026 แตะ 6,888 คัน
วันที่ 2 เมษายน 2569 นายศุภกร รัตนวราหะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าภาพรวมยอดจองซื้อในงาน Motor Show 2026 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 ของโตโยต้านั้นมียอดจองรวม 6,888 คัน โดยแบ่งเป็น:
- รถอีโคคาร์และเอสยูวี ได้แก่ Toyota Yaris ATIV, Toyota Yaris Cross, Toyota Corolla Cross อยู่ที่ประมาณ 3,300-3,400 คัน
- รถกระบะ ได้แก่ Toyota Hilux Travo, Toyota Hilux Revo และ Toyota Champ อยู่ที่ประมาณ 2,000 คัน
- รถ PPV ได้แก่ Toyota Fortuner, Toyota Land Cruiser FJ อยู่ที่ประมาณ 850-900 คัน
ทั้งนี้ Toyota Land Cruiser FJ มียอดจองเข้ามามากกว่า 800 คันทั่วประเทศ โดยในงาน Motor Show 2026 มีผู้จองซื้อมากกว่า 400 คัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกินคาดหมายของโตโยต้า โดยลูกค้าเข้ามาจองซื้อแม้จะยังไม่เห็นรถจริง ก็ต้องยอมรับว่าแฟนคลับ Toyota Land Cruiser FJ นั้นหนาแน่นพอสมควร
มุมมองของโตโยต้าต่อเศรษฐกิจและนโยบายยานยนต์
นายศุภกร กล่าวต่อว่าส่วนความกังวลของสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อพลังงาน และภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัวอยู่นั้น ในส่วนของโตโยต้ายังไม่ได้การปรับประมาณการยอดขายเนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและสงครามยังไม่นิ่ง และกำลังติดตามผลกระทบต่อตลาดและกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ อยู่ในขณะนี้
ในประเด็นเรื่องราคาน้ำมันที่หลายคนกังวลอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อยอดขายรถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า เนื่องจากรถไฮบริดส่วนใหญ่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูง เช่น Toyota Yaris Cross เฉลี่ย 30 กม./ลิตร และรองรับ E20 ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย สำหรับยอดขายรถกระบะกลุ่มใช้งานเชิงพาณิชย์นั้นจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าราคาน้ำมันดีเซล ส่วนกลุ่มใช้งานส่วนตัวและสันทนาการ ลูกค้ามักซื้อตามความต้องการโดยมองถึงการใช้งานระยะยาว
อย่างไรก็ตามโตโยต้ายังคงหารือกับภาครัฐเกี่ยวกับนโยบายที่ชัดเจนและเป็นระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ กระตุ้นกำลังซื้อ และส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานที่สอดคล้องกับศักยภาพของไทย เช่น พลังงานไฮโดรเจน, เชื้อเพลิงชีวภาพ หรือ BEV หากผลิตได้เองในประเทศ
กลยุทธ์การตลาดและความต้องการของลูกค้า
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของ Lexus ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนคลับมียอดจองที่ประมาณ 75 คัน โดยเฉพาะ Lexus IS และรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนประเด็นเรื่องความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อรถยนต์นั้น ความเข้มข้นยังคงมีอยู่โดยเฉพาะกับกลุ่ม SME และเกษตรกร ซึ่งการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับประวัติเครดิตและความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้าแต่ละราย แต่ไฟแนนซ์ก็พยายามหาทางสนับสนุนลูกค้าให้สามารถออกรถได้ตลอดโดยเฉพาะโตโยต้าลิสซิ่ง
โตโยต้าพยายามจัดแคมเปญและแพ็คเกจการขายที่เอื้อต่อการซื้อให้กับลูกค้า เช่น Toyota Yaris ATIV ที่ผ่อนเริ่มต้น 2 พันกว่าบาทเพื่อให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะเข้าใจลูกค้าที่ต้องการใช้รถยนต์ นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์ Customer-Centric หรือ ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักตลอด 60 ปี โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายตามความต้องการของลูกค้าด้วยทางเลือกพลังงานที่หลากหลาย (Multi-Pathway) มีครบทุกรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), ไฮบริด (Hybrid) ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน
ลูกค้าส่วนใหญ่มองเรื่องอายุการใช้งานรถ 6-7 ปี รวมถึงราคาขายต่อ บริการหลังการขาย อะไหล่ ซึ่งโตโยต้าก็สามารถตอบโจทย์เรื่องการใช้งานได้ครบทุกด้าน ทำให้ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเสมอมา



